
รถกระบะคันเก่าแต่สภาพยังดีมีโลโก้อุทยานนิลปัทม์รูปดอกบัวเด่นชัดบนประตูข้างหนึ่ง จอดบนลานจอดรถของตลาดไม้สวนไม้ประดับในตัวเมืองจังหวัดปทุมธานี
ต้องตะวันเปิดประตูรถลงมาเองก่อนที่ปภาณจะเปิดให้ เธอไม่ใช่คุณหญิงคุณนายขนาดนั้น หากลงมาแล้วปภาณก็ปิดประตูให้อยู่ดีแล้วยืนรออย่างให้เดินไปด้วยกัน
“เราไปดูอ่างใส่บัวกันก่อนดีกว่าไหมครับ” เขาเอ่ย
ต้องตะวันมองนายคิวที่ดับรถแล้วปิดประตูเป็นคนสุดท้าย เดินเร็วๆ ไปกระบะหลังคุยกับคนงานอีกสองคนที่มาช่วยยกของ
“พวกผมจะไปรับปุ๋ยที่คุณพลสั่งไว้ก่อน ถ้าคุณต้องการให้หิ้วให้ยกอะไรก็ตามได้ที่ร้านปุ๋ยตรงโน้น” คิวชี้มือไปยังตึกแถวหนึ่ง เธอมองตามเห็นป้ายชื่อร้านตัวเบ้อเริ่ม เมื่อหันกลับมาเขาก็เดินไปกับคนงานทั้งหมดแล้ว จะรีบไปไหนไม่รู้
ต้องตะวันกางลิสต์ในมือเดินคู่ไปกับปภาณ จุดนี้เป็นตลาดนัดรวมพลคนรักสวน ของต่างๆ ที่เกี่ยวกับสวนมีหมด ไม่ว่าจะเป็นกล้าไม้ ต้นไม้ อุปกรณ์จัดสวนมากมาย แม้อุทยานนิลปัทม์จะสั่งของเป็นล็อตใหญ่ๆ อยู่แล้ว แต่ของปลีกย่อยบางอย่าง และของใหญ่ๆ ที่เสียหายหรือขาดไปไม่กี่ชิ้นก็จะถูกซื้อแยกต่างหากเป็นช่วงๆ อย่างวันนี้ ต้องตะวันมีสิทธิ์เบิกเงินและของใช้สำหรับแปลงเพาะบัวเดือนละครั้ง ส่วนปภาณเป็นผู้จัดการทั่วไป ของกระจุกกระจิกหลายอย่างที่จำเป็นของอุทยานจึงเป็นหน้าที่ของเขา
“เห็นพวกคนงานบอกว่าให้ไปร้าน ‘เผชิญชัยการสวน’ มีทุกอย่าง” ปภาณพูดแล้วยืนมองไปรอบๆ
“นั่นหรือเปล่าคะ” ต้องตะวันเห็นร้านใหญ่ตั้งเป็นห้องกระจกเดี่ยวแยกจากห้องแถวที่มีหลายๆ ร้านเปิดชิดติดกัน ป้ายพลาสติกอักษรสีขาวขนาดใหญ่บนพื้นสีฟ้าทำให้เห็นเด่นชัดแต่ไกล
หน้าร้านมีอุปกรณ์แต่งสวนเพียบพร้อมไปหมด
“ผมอยากได้กรวดเม็ดเล็ก เอาสีขาวเทากับแบบมีสี อย่างละสองถุง หินก้อนใหญ่สักสองถุงเหมือนกัน...” ปภาณมองลายมือที่จดในกระดาษ “อะไรนะครับอันนี้ ต้อง”
หญิงสาวอ่านลายมือตัวเองให้ฟัง “เชือกฟางสองม้วน ไม้ไผ่เหลาซี่ค่ะ ขอโทษด้วยค่ะลายมือต้องไม่สวย”
ปภาณยิ้มเก้อๆ “ปะ...เปล่าครับ อ่านยากนิดหนึ่งเท่านั้น”
ต้องตะวันยิ้มแหย เป็นคนลายมือไม่สวยรู้มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว นึกถึงที่นายคิวแซวตรงๆ ว่าลายมือไม่ดี เทียบกับปภาณที่พยายามเลี่ยงว่าอ่านยาก แต่ละคนแสดงออกไม่เหมือนกันจริงๆ
พนักงานชายที่น่าจะเป็นเพื่อนบ้านอาเซียนมากกว่าคนไทย ด้วยหุ่นตัวเล็กแต่มือไม้ดูกำยำอย่างคนใช้แรงมาตลอด ช่วยยกข้าวของตามที่ปภาณออเดอร์มาวางกองหน้าร้าน
“เข้าไปเลือกกระถางบัวด้านในกันดีกว่าต้อง” ปภาณหันมาบอกแล้วก้าวนำไป
ภายในร้านยังมีอุปกรณ์เสริมเติมแต่งมากมาย ยิ่งพ้นออกจากห้องกระจกไปด้านหลังร้านยิ่งเป็นลานกว้างวางอ่างดิน กระถาง ถุงดิน อุปกรณ์ทำสวนขนาดใหญ่เต็มพื้นที่
“ร้านใหญ่จริงๆ” ต้องตะวันเปรย
“ร้านนี้อยู่มานาน เห็นพี่พลบอกผมว่าหาอะไรไม่เจอก็ให้มาที่นี่มีทุกอย่าง กล้าบัวดีๆ พันธุ์ไม้ต่างๆ ก็มีนะเห็นพี่พลว่า”
“อยู่ด้านนู้นค่ะ ถ้าสนใจไปเลือกได้นะคะ” สำเนียงไม่ชัดเท่าไร แต่ฟังออก คนงานช่างจำนรรจารีบโฆษณาทันทีที่ได้ยินลูกค้าพูดถึง ต้องตะวันนึกยินดีแทนเจ้าของร้านได้ลูกน้องตั้งใจทำงานแบบนี้
“ไม่เป็นไรครับ ผมอยากดูอ่างบัวอย่างเดียว ขอบคุณ” ปภาณตอบพลางยิ้มอย่างไม่ให้เสียน้ำใจ
เมื่อเลือกซื้อของได้แล้วพนักงานก็ขนใส่รถเข็นส่งให้ถึงรถ ปภาณยุ่งกับการจัดของเข้ารถและตรวจเช็กให้ครบ หญิงสาวถือโอกาสขอไปเดินดูของอย่างอื่นที่น่าสนใจเมื่อเห็นแวบๆ ตอนแรก
ต้องตะวันถูกใจโมบายกระเบื้องรูปสัตว์น่ารักที่ห้อยแขวนหน้าร้าน เธอถือโอกาสเลือกชมก่อนจะไปร้านอื่น ฝีมือปั้นและลงสีน่ารักไปหมดทุกลวดลายไม่ว่าจะเป็นรูปหมู วัว แมลงเต่าทอง แต่ที่ถูกใจเธอที่สุดคือกระต่ายสีขาวจมูกชมพู ใบหูพับไปข้างหนึ่งน่ารักน่าชังเสียเหลือเกิน ด้านล่างเป็นต้นหัวใจร้อยดวงห้อยระย้า
“น่ารักทั้งนั้นเลยนะ ชอบอันไหนล่ะ”
หญิงสาวหันขวับไปมอง เพราะน้ำเสียงอย่างผู้ใหญ่ทรงอำนาจ ไม่ใช่เด็กในร้านพูดไม่ชัดอย่างที่พบเมื่อครู่ ร่างท้วมของชายวัยสี่สิบปลายๆ ผมด้านหน้าเถิกจนเห็นหน้าผากกว้าง แก้มอูมยิ่งเห็นชัดเมื่อเขายิ้มเต็มที่ เสื้อเชิ้ตสีดำมีลายโซ่สีทองพาดเป็นตาราง สร้อยทองเส้นหนาอยู่รอบคอสั้น กางเกง สแล็กส์สีเทากับรองเท้าหนังสีน้ำตาล หุ่นไม่สูงดูน่าจะเตี้ยกว่าเธอนิด พุงกลมเห็นชัดจนเสื้อบริเวณท้องนูนออกมา
ท่าทางเดินอาดอย่างอาเสี่ย มองโมบายตามสายตาเธอ “ชอบอันกระต่ายใช่ไหม เอาสิฉันให้สามอันเลย ลายอื่นด้วยไหม”
ต้องตะวันยกมือปฏิเสธพัลวัน “ไม่ดีกว่าค่ะ ต้องแค่ดูเฉยๆ”
“เหรอจ๊ะ แต่สายตาหวานๆ ของหนูบอกว่าชอบนะ เห็นมองอย่างตั้งใจ อารู้ ขายของมานานมองตาลูกค้าออก”
ชายร่างท้วมเอื้อมมือหยิบโมบายกระต่ายลงมาหนึ่งอันยื่นให้เธอ
“เอาสิ ฉันให้”
ต้องตะวันถอยห่างจากร่างท้วมนั้น “ไม่เป็นไรจริงๆ ค่ะ ต้องแค่เห็นมันน่ารักดี”
“น่ารักก็เอาไว้สิ ของสวยๆ ก็คู่กับคนสวยๆ อย่างหนู”
“เอ่อ...ต้องซื้อเองได้ ไม่เป็นไรค่ะ”
คนตรงหน้าก้าวเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมแบบผู้ใหญ่ที่ต้องตะวันไม่ค่อยชอบ กลิ่นเหมือนโคโลญที่ชายวัยกลางคนชอบใช้ รูปร่างท่าทางกะลิ้ม-กะเหลี่ยอย่างอาเสี่ยทำให้เธอไม่ไว้ใจ แล้วเขาก็คว้าแขนเธอยัดโมบายใส่มือให้
“เฮ้ย! ทำไร!”
เสียงกระโชกโฮกฮากพร้อมๆ กับที่นายคิวแทรกกลางเข้ามาดึงมือเธอออกแล้วถือโมบายกระต่ายไว้แทน
“อ้อ มาจากอุทยานนิลปัทม์เองหรอกเหรอ แล้วก็ไม่บอก” ชายร่างท้วมพูดด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ เธอเดาว่าเขาคุ้นหน้าคิวเพราะคงมาซื้อของกันบ่อย แล้วนายคิวก็หันมาถาม
“คุณจะเอาอันนี้เหรอ”
“เปล่า ดูเฉยๆ เห็นว่าน่ารักดี” เธออ้อมแอ้มตอบ
“งั้นก็คืน” เขาวางลงรวมกับของประดับแถวๆ หน้าร้านตรงนั้นอย่างไม่ใส่ใจ
ชายท่าทางอาเสี่ยเบ้ปากอย่างไม่ยี่หระพลางถาม “แล้วหนูคนนี้เป็นใคร พนักงานใหม่เหรอไม่เคยเห็นหน้า”
คิวมองเธอแวบหนึ่ง แนะนำอย่างเสียไม่ได้ด้วยการพยักหน้าส่งเสียง “อืม” ในลำคอ
“ฉันเผชิญชัยนะ เป็นเจ้าของร้าน หนูชื่ออะไร ต้องหรือเปล่า ได้ยินไม่ถนัด จะได้รู้จักกันไว้ อุทยานนิลปัทม์ก็คบค้าสมาคมกันอยู่เรื่อยๆ ขาดเหลืออะไรก็มาซื้อกันที่นี่บ่อยๆ อยู่แล้ว”
“คุณไปรอในรถก่อนดีกว่า พวกเราได้ของครบแล้ว” คิวบอก แตะแขนเธอเบาๆ หากเดินได้เพียงก้าวเดียวเสียงแข็งไม่พอใจก็ดังไล่หลัง
“อ้าว มีมารยาทหน่อยสิ ถามชื่อเสียงเรียงนามก็ตอบด้วย”
“เอ่อ...” ต้องตะวันหันกลับไป อึกอักกำลังจะตอบ แต่นายคิวโพล่งขึ้น
“ผมว่าลูกค้าจะซื้อของไม่จำเป็นต้องบอกชื่อเสียงเรียงนามมั้งครับเสี่ย”
“เป็นคนงานอย่าสะเออะ”
“ไอ้...”
“นายคิวอย่า!” ต้องตะวันรีบคว้าแขนเขาไว้ รับรู้ถึงแรงกระชากที่เขาเตรียมออกหมัด
“อะไรกัน!” ปภาณเดินอาดเข้ามา นายคิวยั้งมือตั้งแต่ที่เธอจับแขนไว้แล้ว ทันทีที่เธอปล่อย คิวก็เดินออกไปทันที
“ขอโทษด้วยครับที่คนงานของผมทำตัวกร่างอย่างนั้น” ปภาณเอ่ยด้วยท่าทีนอบน้อม
เสี่ยเผชิญชัยค่อยคลายความฮึดฮัด “รู้จักพูดอย่างนี้ค่อยดีหน่อย กลับไปสั่งสอนด้วยนะ ไอ้คนนี้เห็นหน้ามาหลายครั้งแล้ว กร่างไม่มีใครเกิน”
“ต้องไปรอที่รถก่อนนะคะพี่ดีน” เธอขอตัวแล้วรีบเดินออกมาจากบรรยากาศเครียดๆ นั้น
“ผมปภาณ เพิ่งมาดูแลเป็นผู้จัดการทั่วไป...”
เธอไม่ได้ยินว่าเขาคุยอะไรต่อแล้วเมื่อเดินห่างออกมา จนถึงที่รถกระบะทันเห็นคิวกระโดดขึ้นท้ายรถช่วยเพื่อนคนงานวางถุงปุ๋ย กระถางอ่างบัวที่ซื้อเพิ่มหลายอัน กระสอบหินประดับและไม้ไผ่ท่อนกลมจำนวนมาก คนงานสองคนสวมหมวกงอบนั่งเรียบร้อยอยู่ท้ายรถเมื่อขนของเสร็จ คิวเดินมายืนข้างเธอ เห็นเหงื่อไหลเป็นสายจากจอนลงข้างแก้มแต่เขาไม่ใส่ใจ
“เสี่ยชัยเขากว้างขวาง อิทธิพลเยอะแถวนี้”
“คนนั้นน่ะเหรอ เจ้าของร้านใช่ไหม” เธอถาม เขาพยักหน้า
“เสี่ยเผชิญชัย ร้านนี้ก็เปิดหลังอุทยานเปิดไม่นาน โตไล่ๆ กันมา”
“งั้นพี่พลน่าจะรู้จักดี เห็นเขาบอกว่าอุทยานนิลปัทม์เป็นคู่ค้า” เธอเล่าตามที่ได้ยินเมื่อครู่
นายคิวหัวเราะพรวดจนเธอมองอย่างงงๆ คนที่เพิ่งหยุดขำพูดต่อ “เสี่ยคิดอย่างนั้น แต่เรา...คุณพลคงไม่ ก็แค่ร้านค้าที่มีของเยอะกว่าร้านอื่นหน่อย ทางอุทยานซื้อจากหลายๆ เจ้า แต่ถ้าสั่งล็อตใหญ่ๆ น่ะคุณพลสั่งจากร้านในกรุงเทพฯ เลย”
“นายรู้เยอะดีนะ” เธอหลิ่วตา
เขาโน้มลำตัวสูงๆ จนเงากายบังแดดให้เธอ “บอกแล้วว่าผมมันเป็นพวกชอบหาความรู้ ไม่อ่านก็คุยกับคนเยอะๆ ก็รู้มากเอง ไม่เห็นแปลก”
คิวเอียงตัวมาอีกจนกล้ามแขนสัมผัสไหล่เธอ จมูกเป็นสันอยู่ตรงหน้า หนวดและเคราสั้นดูสะอาดเห็นชัดเหลือเกิน เธอไม่ค่อยได้เห็นผู้ชายไว้หนวดสักเท่าไร ยิ่งเห็นใกล้ขนาดนี้ยิ่งไม่เคย มันทำให้ได้ความรู้สึกใหม่ว่า ชายไว้หนวดดูมีเสน่ห์ไม่เบาทีเดียว
“เป็นไปได้อยู่ห่างๆ เสี่ยชัยไว้”
“ฉันก็ไม่ได้อยากอยู่ใกล้” เธอสวน
เขาเลิกคิ้วกวนๆ “เหรอ ก็เห็นถึงมือถึงไม้”
“นี่ นาย!” เธอตาโตใส่ รู้สึกเหมือนมีกาน้ำเดือดกำลังพ่นควันในตัว “เห็นฉันเป็นผู้หญิงอย่างนั้นเหรอ”
“เฮ้ย ผมพูดเล่น เดี๋ยว” เขาคว้าแขนขณะเธอจะเดินหนี
“ผมเตือนเพราะห่วง และ...”
คำนั้นทำเธอชะงัก เขาอยู่ใกล้จนได้กลิ่นหอมแบบนั้นอีกแล้ว ใบหน้าคมเข้มแทบชิดใบหู
“...ไม่อยากให้ผู้ชายหน้าไหนฉวยโอกาสสัมผัสคุณ”
ลมปากจากประโยคเร็วๆ ของเขาไล้พวงแก้มจนหัวใจของเธอหวิวโหวง ได้แต่ยืนตัวแข็งทื่อ ปภาณเดินกลับมาจากเคลียร์บิลร้านเผชิญชัยการสวนเสร็จพอดี
“คิว!” ผู้จัดการหนุ่มเรียกเสียงแข็ง
“นายไม่ควรมีเรื่องกับใคร เรามาในนามอุทยานนิลปัทม์ การมีปัญหาทำให้คนอื่นมองอุทยานเราไม่ดี มีผลถึงภาพลักษณ์”
“ครับ” คิวตอบ ยืนนิ่ง สบตาปภาณอย่างไม่กริ่งเกรง
ต้องตะวันไม่ชอบบรรยากาศอย่างนี้เลย
“พี่ดีนคะ นายคิวคงไม่ตั้งใจ เสี่ยคนนั้นทำท่าทางไม่น่าไว้ใจก่อนจริงๆ” เธอออกตัวแทน
“ไม่น่าไว้ใจยังไงก็มีวิธีอื่นไม่ใช่กร่างใส่อย่างนั้น มีเรื่องกันมันวุ่นวาย” ปภาณบ่นเหมือนคนแก่
คิวขึ้นนั่งประจำหลังพวงมาลัย ปิดประตูไม่เบาเลย
** หมายเหตุ: นิยายที่ลงในเว็บยังไม่ใช่ฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **