ทดลองอ่าน สักวาราตรีนี้...มีแต่เธอ : ตอนที่ 13

 

 

ตอนที่ 13

 

 

“พอเลี้ยวขึ้นถนนใหญ่ก็ตรงไปเรื่อยๆ เลยครับ สักสิบกิโลฯ ได้ เดี๋ยวใกล้ๆ พี่บอกอีกที” ปภาณชี้มือไม้ไปตามทาง เหลือบมองคนขับว่าเข้าใจตรงกัน

“ค่ะ อัญขับยังไม่ค่อยคล่องนะคะอาจจะช้าหน่อยพี่คงไม่อึดอัดนะ” เธอบอกพลางยิ้มแหย ทำให้พวงแก้มยุ้ยแป้นขึ้น ลักยิ้มบุ๋มลงสองข้างชัดเจน

“ไม่เป็นไร ขับช้าๆ ก็ดีแล้วครับปลอดภัย” เขาบอกพลางขยับตัวรัดเข็มขัดให้เรียบร้อย

“แหม กลัวอัญขนาดต้องรีบคาดเข็มขัดเลยเหรอคะ” หญิงสาวยิ้ม ไม่รู้พูดเล่นหรือคิดว่าเขากลัวจริงๆ

ปภาณรีบปฏิเสธ “แค่กลัวเจอด่าน เดี๋ยวถูกจับครับ”

“แถวนี้มีด่านเหรอคะ อัญเห็นชาวบ้านขี่มอ’ไซค์สวนเลนกันจะจะ”

เขาถอนใจ “ก็คิดกันซะอย่างนี้อุบัติเหตุถึงมีไม่เว้นแต่ละวัน อยู่ที่ไหนถ้าใช้ถนนก็ต้องเคารพกฎจราจรครับ”

“แหม...พูดอย่างกับคุณตำรวจมาเอง ค่ะๆ ผู้กอง...” เธอละชื่อเขา อมยิ้มอย่างพอใจที่ได้ล้อ ท่าทางสาวอัญมณีคนนี้จะขี้เล่นไม่เบา

“พี่แค่ปฏิบัติตามกฎจะได้ปลอดภัย อ้อ เรียกพี่ว่าดีนก็ได้นะครับ ชื่อเล่นพี่เอง”

“ไม่เห็นต้องเคยเล่าถึงพี่ดีนเลย ตั้งแต่มาทำงานที่นี่”

“ครับ...” เขาหันไปมองหญิงสาวอย่างงงๆ ถ้าเธอคือเพื่อนสนิทของต้องตะวัน แล้ว...ต้องตะวันไม่พูดถึงเขาเลยนี่ เฮ้อ ปภาณได้แต่ระบายลมหายใจอยู่ในอก น้อยใจขึ้นมานิดๆ น้องต้องหนอ...ไม่เคยเห็นพี่อยู่ในสายตาเลย

“เห็นพูดถึงแต่คุณแสนพล กับ...คนงานสักคนอัญจำชื่อไม่ได้ เห็นว่าทำงานด้วยกัน ช่วยกันขยายพันธุ์บัว”

“อ้อ นาย...” ปภาณเอ่ยแล้วก็ยั้งไว้แค่นั้น ไม่อยากจะได้ยินแม้ชื่อจากปากตัวเอง

“คะ พี่ดีนรู้จักเหรอคะ”

เขาส่ายหน้า “คนงานคนหนึ่งน่ะครับ น้องต้องอยู่แปลงเพาะพันธุ์บัวเลยมีคนงานลงแรงให้อีกทีเท่านั้น ว่าแต่อัญรู้จักกับน้องต้องนานแล้วเหรอครับ”

“หูย...” เธอลากเสียงยาวจนเขาจั๊กจี้หู “ตั้งแต่เข้ามหา’ลัยปีแรกเลยค่ะ เลขที่ติดกัน คุยถูกคอ ต้องเขาน่ารักง่ายๆ สบายๆ เลยสนิทกันค่ะ”

ด้วยความที่ทางสายนี้เป็นทางสายหลักจากในเมืองสู่อำเภอต่างๆ จึงมีรถพอสมควรและมีแยกไฟแดงอยู่เป็นระยะ ขับๆ ไปก็ติดไฟแดงอย่างตอนนี้ ยิ่งรถอยู่เฉยๆ อัญมณียิ่งหันมาเล่าอย่างออกรส

“ต้องน่ะฮอตมากนะคะ มีหนุ่มๆ มารุมขายขนมจีบเต็มไปหมด ทั้งในคณะเดียวกัน ทั้งต่างคณะ วิศวะ หมอเหมออะไรมาหมด อัญน่ะต้องคอยเป็นคนจัดคิวให้เลย”

“เธอเป็นคนน่ารักครับ” ปภาณอ้อมแอ้ม

“นั่นแน่ะ” อัญมณีหลิ่วตามองพร้อมกับยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ “พี่ดีนหลงเสน่ห์ยายต้องแน่ๆ เลย”

“เอ่อ ไม่มีครับ ผม...พี่เข้ามาทำงานครับ ไม่ได้คิดอะไรอย่างนั้นจริงๆ”

ไฟเขียวพอดี อัญมณีออกรถขับต่อ “ใครๆ ก็พูดอย่างนี้ค่ะ” เธอเปรยแล้วว่าต่อ

“ต้องเขาเป็นคนเรียบร้อย แต่เห็นหวานๆ อย่างนั้น ขาลุยนะคะ มีความตั้งใจสูงเพื่อนอัญคนนี้ ลองว่าให้ทำอะไรทำได้หมดค่ะ”

“น้องต้องเป็นคนขยันครับ” ปภาณสมทบ

รถติดๆ ไปๆ ยิ่งผ่านหน้าชุมชนก็ชะลอตัวอยู่นาน อัญมณีหาวหวอดขึ้นมาแม้จะยกมือหนึ่งปิดปากแต่ก็ดูจะไม่ค่อยห่วงสวยสักเท่าไร ปภาณมองเสี้ยวหน้าด้านข้าง แม้หญิงสาวจะอวบนิดๆ แต่ก็ไม่ได้ดูอ้วนอะไร ผิวขาวเหลืองเนียนสวย ใบหน้าเด่นที่แก้มกับลักยิ้มดูเป็นคนอารมณ์ดี

“ง่วงเหรอครับ” เขาทัก

เธอบอกว่าออกแต่เช้ากลัวจะมาเยี่ยมเพื่อนไม่ทัน แต่เช้าของเธอคือเก้าโมงกว่า ท่าทางจะเป็นคนรักสบาย ดูจากผิวพรรณคงไม่ใช่ขาลุยตากแดดตากลม ปภาณเป็นคนช่างสังเกต ที่สำคัญเขาเคยเรียนเรื่องการวิเคราะห์อุปนิสัยใจคอคนจากบุคลิกท่าทางมาแล้ว แค่นี้ทำไมจะดูไม่ออก

“แวะซื้อกาแฟหน่อยไหม ปั๊มน้ำมันข้างหน้ามีร้านกาแฟเจ้าอร่อยครับ”

ร้านที่ปภาณว่า แม้จะไม่ใช่ร้านแฟรนไชส์มีชื่อที่พบได้ตามปั๊มทั่วไป หากเป็นร้านท้องถิ่นที่จัดร้านได้น่านั่งมาก เรือนไม้มะค่าเนื้อดีสีน้ำตาลแดง หลังคาหน้าจั่วทรงไทยงดงาม ด้านหน้าจัดสวนหย่อมเล็กๆ มีสไตล์ น้ำตกประดิษฐ์ทรงสี่เหลี่ยมวางหินอ่อนลูกกลมสีชมพูพรานกระต่ายมีน้ำผ่านตลอดเวลา เสียงจ๊อกๆ ตามการไหลสร้างบรรยากาศรื่นรมย์ท่ามกลางแดดจ้าของเวลาสิบเอ็ดโมงตรง

“กาแฟได้แล้วค่ะ” ทันทีที่พนักงานบอก ปภาณก็ลุกขึ้นจากที่นั่งรออยู่ด้วยกัน เดินเร็วๆ ไปรับ เขายื่นแก้วของเธอให้แล้วหยิบกระเป๋าสตางค์

“แชร์กันนะคะ ของใครของมัน” เธอรีบบอก

“ไม่ได้ครับไม่ได้” ปภาณปฏิเสธเป็นพัลวัน แล้วถามราคาพนักงาน

“ไม่เอาค่ะพี่ดีน อัญจ่ายของอัญเอง” เธอรีบเปิดกระเป๋าบ้าง

เขายื่นมือไปบังมือเธอ ไม่ได้ตั้งใจสัมผัสแต่ก็ถูกเนื้อเนียนนุ่ม เขาจ่ายเสร็จก็เห็นอัญมณีเงียบไป ใบหน้าออกชมพูเรื่อนิดๆ

“อัญมาถึงที่นี่ก็ต้องให้พี่ต้อนรับ ถือเป็นเจ้าถิ่นเลี้ยงถูกต้องแล้ว อย่าคิดมากนะครับ”

“กราบงามๆ ค่ะ” เธอยกมือไหว้จนเขารับแทบไม่ทัน แล้วสาวร่างอวบก็เดินไปยังตู้เค้กขนาดใหญ่

“ว้าว! เค้กน่ากินมาก” เธอจดจ้องก้อนเค้กสี่เหลี่ยมจัตุรัสสีขาวโพลนโปะหน้าด้วยมะพร้าวขูดหนาๆ ไม่รู้เธออยากกินจริงๆ หรือกลบเกลื่อนความเขิน เขาหันไปสนใจเค้กตามมารยาท

“เค้กมะพร้าว ลองไหมล่ะ” เขาถาม อดยิ้มไปกับหน้าตาของอัญมณีที่เหมือนเด็กเห็นของอร่อยไม่ได้

เธอย่นริมฝีปาก ทำเสียงอ่อน “อยากค่ะ แต่เกรงใจตัวเอง แค่นี้ก็อวบระยะสุดท้ายแล้ว”

เขาเหลือบมองสาวเจ้าในชุดลูกไม้ แม้จะอวบจริงอย่างที่เธอว่าตัวเอง แต่ด้วยความสูงพอประมาณทำให้ไม่ได้ดูอ้วน แม้เอวจะหนาสักหน่อย แต่หน้าอกหน้าใจอิ่มเต็ม ผมดัดลอนปิดข้างแก้มอูม

“พี่ว่ายังกินได้อีกนะ” เขาเลิกคิ้วพลางยิ้มนิดๆ

“จริงเหรอคะ อืม” เธอทำท่าคิดแต่สายตาไม่ละไปจากเค้กชิ้นนั้นเลย แล้วก็โพล่งขึ้น “ซื้อไปแบ่งกับต้องดีกว่า ยายต้องตัวผอมๆ กินยังไงก็ไม่อ้วน” เธอหัวเราะร่วนแล้วรีบพูดดักคอ

“พี่ดีนไม่ต้องซื้อให้อัญแล้วนะคะ เค้กชิ้นนี้อัญซื้อเอง ว่าจะซื้อให้พี่ดีนสักชิ้นด้วยตอบแทนค่ากาแฟ”

เขาโบกมือแข็งขันว่าไม่สันทัดกับขนมเบเกอรีพวกนี้จริงๆ อัญมณีไม่เพียงได้เค้กมะพร้าวอ่อน ยังได้ขนมชิ้นอื่นๆ อีกด้วย ท่าทางร่าเริงสดใสและเปิดเผยของเพื่อนต้องตะวันคนนี้ บ่งบอกได้ว่าพื้นฐานครอบครัวอบอุ่นและไม่น่าจะผ่านความยากลำบากใดๆ มาสักเท่าไร ผิดกับต้องตะวันที่ค่อนข้างเก็บตัว เข้าถึงยากกว่า ก็ทำงานมาด้วยกันตั้งหลายเดือนแล้วยังไม่คุยเล่นได้เท่ากับอัญมณีที่เพิ่งพบกันไม่กี่ชั่วโมงนี้เอง

 

 

** หมายเหตุ: นิยายที่ลงในเว็บยังไม่ใช่ฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **

 

 

กลับหน้าหลัก        

Powered by MakeWebEasy.com