ทดลองอ่าน บังบด : ตอนที่ 12

 

 

ตอนที่ 12

 

 

“หัวหน้ารุกข์ เมื่อคืนค้างกระท่อมเหรอครับ”

“ใช่ มีอะไรหรือเปล่าคมคาย”

“เปล่าครับ ผมแค่สังเกตว่าช่วงนี้หัวหน้าลงไปดงขมิ้นบ่อยๆ น้องๆ ที่ร้านเจ๊ดาถามหาหัวหน้ากัน” คมคายหมายถึงเจ๊ดาเจ้าของร้านเหล้าคาราโอเกะพร้อมที่พัก ที่ตั้งอยู่ตีนเขาพ้นเขตอุทยานแห่งชาติไปไม่มากนัก มันเป็นสถานบันเทิงแห่งเดียวที่พอมีดนตรี สุรา และนารีให้หนุ่มๆ พิทักษ์ป่าได้ผ่อนคลายบ้าง

“อืม คิดถึงไอ้เตี้ย”

“หมา! หัวหน้าคิดถึงหมาเหรอครับ โธ่สงสารน้องๆ”

“เออ” สายตาคมตวัดมอง เสียงเข้ม “บอกพวกเราระวังหน่อยคมคาย อย่าลืมว่าเราเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ”

“ทราบครับ แต่น้องๆ เขาชอบเจ้าหน้าที่ของรัดอย่างพวกเรานี่ครับ ฮ่าๆๆ”

“เออ ระวังจะโดนรีดพิษจนติดโรคเข้าล่ะ แล้วนี่อายอดไปไหน”

“หัวหน้าจำไม่ได้เหรอครับว่าวันนี้วันอะไร”

“จันทร์”

“โธ่ หัวหน้า วันนี้วันก่อนหวยออก วันที่สิบห้าครับผม”

“อ้อ หมายความว่าอายอดไปสำนักสงฆ์ข้าวทิพย์”

“ครับ เห็นว่ามีพระมาจำวัดเพิ่มอีกหลายรูป ญาติโยมเทียวขึ้นเทียวลงทีละคันรถ อายอดว่าท่าทางทะแม่งๆ”

“ไปดูหน่อยก็ดีนะ รอบที่แล้วตัดต้นไม้เสียเตียนทำลานจอดรถ สายวัดป่าประเภทไหนกัน”

“แหม...หัวหน้าก็ พระสำนักนี้ให้หวยแม่น สามตัวตรงมาสามงวดแล้ว ไม่มีลานจอดรถไม่ได้หรอกครับ คนมาขอหวยมืดฟ้ามัวดินไปหมด”

“อืม ยังไงเสียก็เขตอุทยานแห่งชาติ เราต้องจับตาดูให้ดี”

“ครับผม” คมคายรับคำพลางวางเอกสารปึกใหญ่บนโต๊ะให้เขาเซ็น ทั้งสองนั่งทำงานอยู่ได้สักชั่วโมง หัวหน้าอุทยานฯ ก็เดินเข้ามาไต่ถามและสั่งการสองสามคำแล้วก็เรียกหาคนขับรถก่อนจะออกไป

“ไปแล้ว โล่ง!” คมคายชะโงกหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างแล้วทำท่าลิงโลดดีใจ รุกข์เพียงปรายตามองแล้วก็อ่านและเซ็นเอกสารต่อไป

“หัวหน้าไปกินก๋วยเตี๋ยวกันไหม เตี๋ยวเนื้อตุ๋นรสเด็ดเขาลือกันมานานแล้ว”

“ไปเถอะ”

“อ้าว แบบนี้ก็ขาดเจ้ามือน่ะสิ อุตส่าห์ฝากพี่น้อยไปบอกน้องอินถวาว่าผาพยับเมฆจะเลี้ยงต้อนรับ”

“เหอะ อยากได้หน้า เอ็งก็จ่ายเองสิ แค่ค่าก๋วยเตี๋ยวชามเท่าไรกันวะ” มือที่เซ็นเอกสารหยุด แม้ท่าทีเนือยๆ ไม่ได้บอกว่าสนอกสนใจอะไร

“จ่ายได้หัวหน้า แต่ผมไม่ใช่เจ้านายจะไปเลี้ยงต้อนรับน้องใหม่เข้าทำงานในฐานะอะไรล่ะ มันไม่ใช่จริงไหมครับ หัวหน้ารุกข์นั่นแหละ ไปเป็นพระประธานให้พวกผมหน่อย”

“พวกนาย...กี่คน” เสียงเข้มตาคมวาววับเพราะรู้ว่ากำลังถูกมัดมือชก

“ก็มีหัวหน้า ผม น้องอินถวา อิสระ พี่น้อย”

“แค่นี้?”

“เอ่อ...แล้วก็พวกอายอด”

“กี่คน”

“สิบสองคนครับผม”

“คมคาย!”

“แค่นี้ขนหน้าแข้งทายาทบ้านพนมไพรไม่ร่วงหรอกครับ แหม...”

“แต่มึงจะร่วงเสียก่อน ไอ้...”

คมคายแผ่นแน่บ ไวเสียยิ่งกว่าลิงป่า ในขณะเดียวกันนั้นบนสำนักงานชั้นสามที่เงียบกว่าแผนกอื่นๆ อินถวากำลังสั่งพิมพ์เอกสารหน้าสุดท้าย น้อยยื่นหน้าเข้ามาทักทายก่อนจะเดินยิ้มเข้ามาหา

“น้องอิน หิวไหม”

“หิวค่ะ” อินถวาตอบอย่างไม่ลังเล ท้องของหล่อนจะอิ่มหรือไม่ น้อยนี่แหละจะช่วยได้เที่ยงนี้ ท้องไส้หล่อนประท้วงมาตั้งแต่สิบโมงกว่าแล้ว อินถวาเป็นคนมีวินัยเรื่องสุขภาพเสียด้วยเพราะหล่อนต้องดูแลแม่และยายมาโดยตลอด นี่ล่ะมั้งสาเหตุหนึ่งที่แม่ส่งหล่อนมาดูแลพ่อยามป่วยไข้

“หิวก็ไปกันเถอะ วันนี้หัวหน้าเลี้ยงต้อนรับน้องอินเข้าทำงานใหม่”

“เลี้ยงต้อนรับอินเหรอคะ” อินถวานึกถึงหัวหน้าอุทยานอาวุโสที่ยืนพูดอยู่หน้าเสาธงเมื่อเช้า อดนึกเสียใจไม่ได้ที่คิดค่อนแคะท่านไปหลายคำเพราะความร้อนที่ต้องยืนตากแดด

“ใช่จ้ะ ไปกันเถอะ ลาภปากพี่ไปด้วยเลยนะวันนี้ ไปๆ”

น้อยเร่ง อินถวารีบปิดคอมฯ แล้วคว้ากระเป๋าเล็กและโทรศัพท์มือถือเดินตามน้อยลงมาด้านล่าง

“ไปรถอุทยานฯ นะครับ” คมคายที่รออยู่แล้วผายมือไปทางรถกระบะสมรรถนะสูงแต่สภาพย่ำแย่ที่จอดรออยู่ อินถวาเดินตามน้อยและคมคายไปที่รถ เมื่อก้าวเข้าไปใกล้ เสียงเครื่องยนต์ก็ดังกระหึ่มขึ้นราวกับเสือซุ่มรอคอย ประตูหน้าฝั่งที่นั่งข้างคนขับเปิดออก ขายาวๆ ในรองเท้าคอมแบตหุ้มข้อสูงตวัดแตะพื้นอย่างมั่นคง ก่อนจะเผยให้เห็นร่างสูงในเครื่องแบบลายพรางพับแขนถึงข้อศอก

“หัวหน้ารุกข์ ไม่ขับเองเหรอจ๊ะวันนี้”

“ผมขับให้นั่งเองน้าน้อย โดดขึ้นมาเลยคุณอิน” พิทักษ์ป่าอิสระเอ่ย

“เชิญครับ” เสียงทุ้มของคนเป็นหัวหน้าดังขึ้น มือเขารั้งประตูเปิดรอ โชคดีที่อินถวาไม่ใช่คนเตี้ย ไม่อย่างนั้นกระโปรงที่ใส่มาวันนี้คงทำให้หล่อนมีสภาพทุลักทุเลยิ่งกว่าการต้องเกาะแขนแกร่งของคนที่เปิดประตูให้ขึ้นไปนั่งแน่ หล่อนพึมพำขอบคุณเขา

“คมคาย”

“ครับผม”

“ไปนั่งกระบะท้าย”

“หัวหน้า...เอ่อ ดะ...ได้ครับผม” คมคายมองที่นั่งที่ว่างด้านหลังพอสามคนนั่งสบายๆ เพราะทั้งน้อยและน้องใหม่ตัวผอมบางทั้งคู่ เขาเองก็เป็นหนุ่มสะโอดสะองแท้ๆ แต่อิทธิพลของดวงตาคมกล้าของหัวหน้าทำให้เขาระเห็จตัวเองไปกระโจนขึ้นท้ายกระบะอย่างรวดเร็ว แล้วพาหนะคันเก่งของผาพยับเมฆก็ทะยานออกจากที่ทำการฯ ดิ่งลงมาตามความลาดชันของขุนเขา ตีโค้ง หักหลบและแล่นลิ่วลงมายังพื้นราบอย่างกับลูกธนู

เมื่อผ่านหน้าร้านคาราโอเกะ ‘สวรรค์ริมภู’ อิสระก็ชะลอรถให้สหายรักได้ผิวปากหยอกล้อกับสาวๆ ของเจ๊ดาที่นุ่งผ้าถุงลายพร้อยและเสื้อกล้ามกำลังทำความสะอาดร้านอยู่ตามจุดต่างๆ เมื่อเห็นรถของอุทยานฯ แล่นลงมาพวกหล่อนก็โบกไม้โบกมือทักทายอย่างระรื่น

“อิสระ!”

“ครับผม”

“อยากไปนั่งตากแดดกับคมคายข้างหลังไหม”

“ไม่ครับหัวหน้า”

“อย่างนั้นก็ขับรถไปดีๆ นี่รถหลวง”

“ครับผม”

แล้วบรรยากาศในรถก็เงียบสนิท อินถวาทอดถอนใจ คำว่าหัวหน้าจะเลี้ยงต้อนรับของน้อยนั้นหมายถึงหัวหน้าพิทักษ์ป่าหน้าดุคนนี้หรอกหรือ หล่อนนึกว่าเป็นหัวหน้าอุทยานอาวุโสคนนั้นเสียอีก

รถวิ่งเข้าเขตหมู่บ้านที่มีบ้านเรือนมากขึ้น อีกราวห้านาทีทั้งหมดก็มาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ ร้านหนึ่งตั้งอยู่ริมทุ่งใต้ต้นมะขามเฒ่าร่มรื่น ตัวร้านต่อเติมมาจากบ้านไม้สองชั้นใต้ถุนโล่ง ส่วนที่ลูกค้านั่งรับประทานก๋วยเตี๋ยวปลูกขึ้นมาจากดินด้วยเสาไม้นานาพันธุ์มุงด้วยตับหญ้าคา

“หยุด! หยุดค่ะทุกคน หยุดเดี๋ยวนี้” เจ้าของร้านร้องขึ้นเมื่อเห็นลูกค้ากลุ่มใหญ่

“อะไรของมึงอีขิง ลวกก๋วยเตี๋ยวมา กูรีบ”

“ไม่ได้ๆ ผู้ชายมา หยุดก่อน มึงรอไปก่อน” เสียงร้องกรี๊ดกร๊าดนั่นมากพอที่จะทำให้เท้าที่ก้าวตามคมคายหยุดชะงัก ใบหน้าคมตึงเป็นหนังกลอง อินถวาพลอยหยุดไปด้วย หล่อนชำเลืองมองที่มาของเสียง พบว่าเป็นชายร่างสันทัด ตัดผมรองทรง ผิวเข้ม มือถือตะกร้อลวกเส้นก๋วยเตี๋ยวค้างไว้ เขายืนอยู่หลังหม้อใบใหญ่ที่มีควันร้อนๆ หอมเครื่องเทศพวยพุ่งขึ้นมาชวนให้หิวจัด

“ไม่ต้องกลัวครับหัวหน้า เป็นเรื่องปกติของเจ๊ขิงเวลาที่มีผู้ชายเข้าร้าน ทุกทีที่ผมพามาเซ่น มันก็จะออกอาการอย่างนี้ล่ะ”

“เซ่น! เซ่นห่าอะไรของมึงวะไอ้พี่คม” อิสระบดเสียงถามด้วยความเสียวไส้ กิริยาชม้ายชายตาของพ่อค้าหนุ่มชวนให้สยดสยองใจ

“เปล่าๆ ไปนั่งเถอะ ทางโน้นนะครับผมจองโต๊ะยาวไว้แล้ว อีกเดี๋ยวร้านจะแน่น คนจะมาเยอะเลยล่ะ ไม่เชื่อ คอยดู”

“พี่คมขา เชิญนั่งตามสบายเลยจ้า ว๊าย! ตายแล้ว พาหัวหน้ารุกข์มา พามาได้จริงๆ ด้วย นึกว่าคุยหลอกกินเบียร์”

“เจ๊ขิง!” คมคายกัดฟันพูด เจ้าของร้านจึงปาดน้ำลายแล้วเปลี่ยนเรื่อง “อีแววมาช่วยเสิร์ฟน้ำแขกหน่อย”

“อ้าวอีนี่ กูก็เป็นลูกค้านะ กูมารอตั้งแต่มึงเริ่มตุ๋นเนื้อ ได้หรือยังวะ”

“ยัง! รอก่อน เห็นไหมเจ้านายท่านมาร้านกู มาช่วยเพื่อนหน่อย เร็วๆ”

“ดะ...เดี๋ยวพี่บริการกันเองก็ได้ขิงเอ๊ย”

“ขอบใจจ้าพี่กลอย ดีนะที่คนบ้านเรายังพอมีน้ำใจ พี่ๆ เอาอะไรกันบ้างจ๊ะ”

“น้องอินสั่งก่อนเลยครับ” คมคายหันมาทางหญิงสาวที่สวยเตะตาจนเจ้าของร้านอยากจะไล่กลับ เป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้จำเป็นต้องสวยหมดจดขนาดนี้ด้วยเหรอ

“เอ่อ...” อินถวาชำเลืองมองหาเมนู

“เนื้อตุ๋น” เจ้าของร้านเสียงขุ่น อยากรู้ว่าอีกฝ่ายผัดแป้งเบอร์อะไรถึงได้ขาวเนียนนัก

“ฉันไม่กินเนื้อค่ะ”

“ยังพูดไม่จบจ้า หมูตุ๋น ไก่มะระก็มี”

“เอาเป็นเส้นหมี่ไก่มะระก็แล้วกันค่ะ”

“ไก่ก็เนื้อนะ” กัดลูกค้าเล็กน้อยแล้วก็หันมาอีกทาง “พี่น้อยล่ะจ๊ะ”

“หมูตุ๋นย่ะ” น้อยอดเสียงแข็งใส่คนที่เพิ่งแขวะอินถวาไม่ได้ จะอะไร เห็นเขาสวยกว่าเลยอิจฉาสินังขิงแก่เอ๊ย

“หัวหน้ารุกข์ล่ะจ๊ะ”

“คมคายสั่งมาเลย ผมอะไรก็กินได้”

“เนื้อตุ๋นพิเศษๆ สามที่เลยครับเจ๊”

“ได้ค่ะ น้ำเย็นไหมคะหัวหน้า เบียร์วุ้นก็มีนะคะ บริการฟรีค่ะ”

“ฟรี!”

“จ้ะ สำหรับหัวหน้ารุกข์ยังไงล่ะคะ”

“ไม่เป็นไร ขอบใจ ผมไม่ดื่มในเวลางาน”

“ค่ะ แหม...” เจ๊ขิงบิดกระดาษจดไปมา น้อยหิวจนฉุนความท่ามากของแม่ค้า

ร้านก๋วยเตี๋ยวไม่ได้มีร้านเดียวนะมึง!

“อะไรอีกเจ๊” คมคายถาม

“น่ารัก” ว่าแล้วก็เดินบิดแขนตัวเองกลับไปที่หม้อก๋วยเตี๋ยว รุกข์หันขวับมาทางคมคายทันที

“ครับหัวหน้า” คมคายขานรับสายตาดุด้วยน้ำเสียงแห้งๆ “รอชิมก่อนครับ ใจเย็นๆ เจ้าของอาจจะไม่น่ารับประทานแต่รสชาติก๋วยเตี๋ยวรับรองว่าเด็ดแน่นอนครับ”

“กลิ่นหอม ท่าทางจะอร่อยนะคะพี่คมคาย บรรยากาศร้านก็น่านั่ง เย็นสบาย”

“ครับ ดีใจที่น้องอินชอบ” น้ำเสียงของคมคายดีขึ้น รุกข์เหมือนจะไม่ถือสาอะไรอีก เขามองไปรอบๆ ร้านเห็นต้นไม้ใบเขียวหลากหลายชนิด ไกลออกไปมีสวนครัวที่มีผักกินแกล้มก๋วยเตี๋ยวงามๆ อยู่หลายแปลง ก๋วยเตี๋ยวรสเด็ดกับผักสดๆ ก็คงจะไม่เลว

ในเมื่อคนถูกพามาเลี้ยงพึงพอใจ เขาเป็นเจ้าภาพจะไปว่าอะไรได้เล่า

“อ้าว นั่นพวกอายอดมาแล้ว” อิสระบอกเมื่อเห็นกระบะอีกคันของอุทยานฯ วิ่งเข้ามาจอด เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าหกเจ็ดนายทยอยลงมาจากรถร้องทักทายหัวหน้าแล้วก็กระจายกันไปดื่มน้ำและสั่งก๋วยเตี๋ยวกันตามอัธยาศัย ยอดชายเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ตัวที่ว่างข้างๆ หัวหน้าหนุ่ม

“เหนื่อยแต่เช้าเชียวอายอด เป็นยังไงบ้างครับ”

“ก็ เอาการอยู่ครับ พวกหาหวยหาเบอร์ขึ้นไปเต็มไปหมด รถจอดเกะกะแล้วก็มีการถางป่าเพิ่มซึ่งผมตักเตือนไปแล้ว” เสียงของยอดชายไม่ดังไปกว่าที่คนสามคนจะได้ยิน

“น้ำเย็นๆ ค่ะ” มือบางเลื่อนแก้วน้ำให้พลางเอ่ยบอกเบาๆ

“ขอบใจหนูอิน ผมว่าหัวหน้าต้องไปดูเอง อาจจะต้องนิมนต์พระสงฆ์สามรูปนั่นมาพูดคุยกัน อาจจะเพียงรู้เท่าไม่ถึงการณ์ก็ได้ครับ”

“เสียหายมากไหม”

“ยังพอแก้ไขได้ครับ ไม่มีโค่นไม้ใหญ่ แต่มีสิ่งปลูกสร้างพวกกระต๊อบปฏิบัติธรรมและที่พักชั่วคราวของญาติโยม แต่ถ้างวดนี้ถูกสามตัวตรงอีกก็ไม่แน่ครับ”

“งมงายเสียจริง” รุกข์ขมวดคิ้วเข้ม ใบหน้าเคร่งขรึม ทำให้น้อยที่หันไปซักถามเลขเบอร์กับเจ้าหน้าที่ชายอีกคนต้องหดคอกลับ เก็บปากเก็บคำไว้ก่อน

คุยกันอีกไม่นานก๋วยเตี๋ยวร้อนๆ หอมกรุ่นชามแล้วชามเล่าก็ทยอยมาบริการ ความเงียบเข้ายึดครองพื้นที่ชั่วคราว คงเพราะทุกคนอาจจะทั้งเหนื่อยทั้งหิวรวมทั้งอินถวาเองด้วย หล่อนกินก๋วยเตี๋ยวชามนั้นจนหมดเกลี้ยง จำได้ว่าไม่เคยกินก๋วยเตี๋ยวที่ไหนอร่อยกลมกล่อมเท่าที่นี่มาก่อน หล่อนหันไปมองเจ้าของร้านที่ยืนลวกก๋วยเตี๋ยวไปชำเลืองหางตามองผู้ชายไปอย่างสบายอารมณ์ด้วยความทึ่ง

ก๋วยเตี๋ยวเจ๊ขิงเผ็ดเด็ดสมชื่อจริงๆ

 

 

** หมายเหตุ: นิยายที่ลงในเว็บยังไม่ใช่ฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **

 

 

กลับหน้าหลัก        

Powered by MakeWebEasy.com