
อรุณรุ่งของวันต่อมาอินถวามาถึงที่ทำงานแต่เช้าตรู่ด้วยอารมณ์ที่แจ่มใสยิ่งนัก เหตุผลหนึ่งคือหล่อนออกมาจากบ้านก่อนที่ความโกลาหลในการเตรียมต้อนหลานๆ ไปโรงเรียนของพี่สาวต่างพ่อจะเริ่มขึ้น อีกอย่างวันนี้หล่อนได้สวมชุดลายพรางของอุทยานแห่งชาติผาพยับเมฆเป็นครั้งแรกหลังจากที่ได้มาแล้วหลวมไปมากจนต้องเอาไปให้ช่างในเมืองแก้อีกหลายวัน
พ่อเป็นปลื้มจนหล่อนแอบเห็นว่าน้ำตาซึมตอนมาส่งหล่อนที่รถเมื่อเช้า ไม่น่าเชื่อเหมือนกันที่เครื่องแบบที่น่าจะให้ความรู้สึกร้อน อึดอัดนี้ จะทำให้รู้สึกคล่องแคล่วและภาคภูมิใจได้อย่างเหลือเชื่อ
อินถวาต้องยอมรับว่าทำงานที่ผาพยับเมฆมาร่วมสองเดือนกว่าก็เพิ่งมีวันนี้ที่หล่อนรู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของเหล่าผู้พิทักษ์ป่า
วันนี้ผาพยับเมฆเงียบเชียบผิดปกติ ส่วนหนึ่งเพราะหัวหน้าอุทยานฯ นำเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งไปฝึกอบรมที่หน่วยฝึกที่ต่างจังหวัดตั้งแต่เช้ามืด ข่าวว่าหัวหน้าพิทักษ์ป่าที่นำชุดติดตามผู้ต้องสงสัยคดีทำร้ายร่างกายพระสำนักสงฆ์กลับมาแล้ว พร้อมกับการคลี่คลายคดีที่พลิกผันอย่างน่าพิศวง สรุปว่าผู้ร้ายกลับกลายเป็นมัคนายกผู้ใกล้ชิดพระชรากับพระหนุ่มผู้คอยรับใช้ ส่วนพระที่หลบหนีขึ้นเขาไปแท้จริงแล้วเป็นแพะที่ถูกโยนความผิดให้ เหตุทั้งปวงเกิดจากความโลภอยากฮุบเงินที่ชาวบ้านที่ถูกหวยบริจาคให้สำนักสงฆ์ทั้งหมด ทั้งยังข่มขู่ให้สงฆ์ชราใบ้หวยหลอกลวงชาวบ้านให้งมงายต่อไป ครั้นพระท่านไม่เล่นด้วยก็เกิดความขัดแย้งขึ้นจนถึงขั้นทำร้ายร่างกายกัน
อินถวาทราบเรื่องราวทั้งหมดตั้งแต่พระเก่งถูกหามลงมาจากบนเขา มาให้ปากคำกับตำรวจซึ่งตรงกับหลวงพ่อที่รอดตายมาได้อย่างปาฏิหาริย์
หน้าเสาธงเคารพธงชาติเช้านี้ไม่มีหัวหน้าพิทักษ์ป่าคนไหนมาควบคุม ดูแล มีแต่อายอดชายที่มากำกับอยู่ห่างๆ อินถวาอดเหลียวซ้ายแลขวาไม่ได้ หวังว่าหัวหน้าพิทักษ์ป่าคงไม่ได้กระโจนขึ้นรถไปร่วมการฝึกอบรมหรอกนะ หล่อนมีเอกสารสำคัญที่รอการลงนามเสียด้วย มันเป็นหนังสือตอบรับการเข้าค่ายอนุรักษ์ธรรมชาติของโรงเรียนมีชื่อในจังหวัด
ความจริงอินถวาพิมพ์เอกสารเสร็จเรียบร้อยหลายวันแล้ว แต่หล่อนก็คลาดกับหัวหน้าอุทยานฯ ทุกครั้งไป ครั้นจะพึ่งพาหัวหน้าอีกคนเขาก็แบกปืนเข้าป่าไปเสียนี่
ทางโรงเรียนร้อนใจที่ยังไม่ได้รับหนังสือตอบกลับจึงโทร.มาถาม หล่อนตอบรับไปด้วยวาจาแล้วเพราะอายอดชายบอกว่าเป็นธรรมเนียมปฏิบัติทุกปีอยู่แล้วที่ต้องมีโรงเรียนพาเยาวชนมาเข้าค่ายอนุรักษ์ธรรมชาติ ดูเหมือนทางโน้นจะโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง แต่ก็ยังต้องการหนังสือตอบรับอย่างเป็นทางการเพื่อเตรียมการแจ้งแก่นักเรียนและผู้ปกครองต่อไป เพราะเหลือเวลาอีกไม่ถึงเดือนแล้ว
อย่างไรเสีย วันนี้อินถวาก็ต้องหาคนลงนามในหนังสือฉบับนี้ให้ได้ และถ้าหากจำเป็นหล่อนก็จะขับรถไปส่งหนังสือตอบรับที่โรงเรียนแห่งนั้นด้วยตัวเอง อินถวาบรรจงเทน้ำลงบนเครื่องชงกาแฟจิ๋วประจำตัวที่เอามาใช้ที่ทำงานด้วย แล้วปล่อยให้เครื่องทำงานของมันหลังจากใส่ผงกาแฟสดบดละเอียดลงไปจนได้ที่ เครื่องปล่อยน้ำกาแฟสดลงมาบนแก้วที่รองรับ กลิ่นหอมของกาแฟกรุ่นกำจายไปทั่วห้อง อินถวารู้สึกอารมณ์แช่มชื่นขึ้นมาทันที
“โอ้โหหนูอิน ใส่ชุดลายพรางแล้วดูอ้อนแอ้นอรชร สวยเชียว”
“สวัสดีค่ะพี่น้อย ขอบคุณค่ะ” อินถวายิ้มหวานให้แม่บ้านสาวใหญ่ที่ถือตะแกรงใส่แก้วน้ำดื่มที่ล้างสะอาดแล้วเข้ามาในห้อง ด้านหลังของน้อยที่ยืนลับๆ ล่อๆ อยู่นั่นคือพิทักษ์ป่าอารมณ์ดี...คมคาย เขาเดินราวกับลอยได้ตามกลิ่นกาแฟเข้ามาในห้องทำงานของหล่อน แต่พอเห็นเจ้าของห้องก็ถึงกับตาค้าง
โอ๊ะ แม่เจ้า นางฟ้าของไอ้คมกลายเป็นนางไม้ในชุดพรางไปเสียแล้ว
ชุดลายพรางห้าวๆ ผ้าหยาบหนาหนักกลับส่งให้หล่อนดูมีเสน่ห์ลึกลับและมีอำนาจอย่างบอกไม่ถูก
แม่เอ๊ย คนอะไรใส่อะไรก็สวย อกเอวคอดกิ่วน่าชมไปเสียทุกส่วน
“อะแฮ่ม หัวหน้าคม ไหนว่าจะมาขอกาแฟดื่มยังไงล่ะ”
“อะ...อ้อ ครับ รบกวนด้วยครับน้องอิน พอดีกาแฟข้างล่างหมดเกลี้ยงเลย”
“ไม่หมดได้ยังไงเล่า พวกที่ไปอบรมมาชงใส่แก้วไปคนละแก้ว กวาดเรียบ เหลือแต่โหลไว้ให้พี่ล้าง นี่ถ้าหัวหน้ารุกข์อยากกาแฟขึ้นมาจะทำไง”
“เชิญเลยค่ะ กาแฟสดด้วยนะคะ รับรองความเข้ม”
“จริงหรือครับ บุญปากแท้ๆ”
“หัวหน้าคมไม่มีงานออกภาคสนามหรือวันนี้ เห็นหัวหน้าอิสระเดินเนือยๆ ไปนอนเปลใต้ต้นไม้โน่น”
“โธ่พี่น้อย ให้พวกผมพักบ้างเถอะ ไหว้ล่ะ” คมคายยกมือไหว้จริงๆ อินถวาหัวเราะคิก “นี่เพิ่งลงจากเขามาเมื่อคืน นอนกลางดินกินกลางทราย รบกับไอ้พวกตัวประหลาดมาจนแทบเอาชีวิตไม่รอด ขนาดหัวหน้ารุกข์ยังได้แผลมาเลยนา”
“อ้าว แล้วนี่หัวหน้ารุกข์เป็นอะไรมากไหมคะ”
“ไม่หนักหรอกครับ อุบัติเหตุที่มือนิดหน่อย เข้าป่าคราวนี้หัวหน้าเจอแจ็กพ็อตเต็มๆ แล้วลูกพี่ท่านเล่นไม่หลับเลย ผมกับอิสระยังได้ผลัดเวรกันนอน”
“อย่างนั้นก็ให้หัวหน้าพักเถอะนะ สงสาร” พี่น้อยว่า
“ก็คงพักล่ะฮะ รายนี้ถ้าพักคือถอดปลั๊กเลย ใครอย่าไปปลุกเลยเชียว เป็นเรื่องแน่”
คำบอกเล่าของคมคายทำให้อินถวาหน้าเสีย “แต่...อินมีเอกสารต้องเสนอเซ็นค่ะ ทำยังไงดีคะ ด่วนมากเสียด้วย”
“ด่วนมากเหรอครับ” คมคายใจอ่อนกับใบหน้าสลดเล็กน้อยนั่น “ถ้าด่วนมาก เดี๋ยวพี่เป็นหน่วยกล้าตายเอาไปเสนอเซ็นให้ก็ได้ครับ แต่ขอสินบนเป็นกาแฟดำแก้วโตๆ สักแก้ว เผื่อหัวหน้าได้กลิ่นกาแฟจะใจเย็นลง แหะๆ”
“ได้สิคะ นี่กาแฟสดจากเชียงรายเชียวนะคะ เป็นเมล็ดกาแฟที่อินกับเพื่อนร่วมลงทุนผลิตแล้วก็ขายที่คาเฟ่เล็กๆ ของเราที่กรุงเทพฯ”
“มิน่าล่ะครับ รสชาติทั้งเข้ม ทั้งกลมกล่อม”
“นี่ค่ะ ได้แล้ว ใส่แก้วมัคใบนี้เลย จะได้เก็บความร้อนได้นานๆ” หล่อนยื่นแก้วกาแฟที่ปิดฝาสนิทให้เขา ตามด้วยแฟ้มเสนอเซ็นที่เตรียมไว้เรียบร้อยหลายวันแล้ว คมคายกระดกแก้วกาแฟของตนขึ้นดื่มจนหยดสุดท้ายแล้วก็เดินออกจากห้องทำงานของหญิงสาวไป
เขารีบรุดไปตามความลาดชันของที่ทำการอุทยานฯ ผ่านตึกสำนักงานที่สร้างด้วยปูนปนไม้หลายหลังไปทางด้านหลังที่ติดกับหน้าผาสูง มองเห็นได้ไกลไปถึงอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่โอบล้อมด้วยขุนเขา บ้านพักของหัวหน้ารุกข์คือบ้านหลังเล็กหลังสุดท้าย หลังชนหน้าผา ด้านข้างติดก้อนหินใหญ่ ด้านหน้าโล่งสบาย ปลีกวิเวกเสมือนว่าเขาอยู่ในถ้ำเพียงลำพัง
เมื่อมาถึงหน้าบ้านพักคมคายเองก็ชักลังเล เก้าโมงครึ่งนี่มันก็สายพอดูสำหรับการนอน แต่กับคนที่ไม่ได้นอนมานานกว่าสี่สิบแปดชั่วโมงนับว่ายังน้อยไป พิทักษ์ป่าหนุ่มกำลังชั่งน้ำหนักว่ามันจะคุ้มไหมหากเขาปลุกหัวหน้าแล้วต้องลงไปนอนหน้าคว่ำกับดินแทน โทษฐานที่ขัดคำสั่งบังอาจมารบกวนเวลานอน
แต่แก้วมัคอุ่นๆ ในมือกับแฟ้มเอกสารในอ้อมแขน กอปรกับรอยยิ้มหวานของนางไม้ในชุดลายพรางก็ทำให้คมคายฮึดสู้ เขาก้าวขึ้นบันไดเตี้ยๆ ไปยืนอยู่หน้าประตูห้องพักของหัวหน้าหนุ่ม
ภายในห้องขนาดเท่าแมวดิ้นตาย ร่างสูงผึ่งผาย กำยำด้วยมัดกล้ามเนื้อนอนกระสับกระส่ายไปมา จิตที่ล่องลอยไปในห้วงฝันอันลึกล้ำบอกว่าเขากำลังติดตามใครคนหนึ่งอยู่อย่างกระชั้นชิด
ผู้หญิงคนนั้นไม่ได้ดูสูงวัยไปกว่าเขาเท่าใดนัก แต่อะไรบางอย่างบอกรุกข์ว่าเขาควรเคารพหล่อน หญิงคนนั้นเยื้องย่างเชื่องช้าแต่ยังห่างจากเขาที่วิ่งตามมาอยู่ไม่น้อย
เขาหอบเหนื่อยจนต้องเรียกให้หล่อนรั้งรอ
“เดี๋ยวครับ อย่าเพิ่งไป”
“อย่ามัวมาตามทางนี้อยู่เลย ตื่นเถอะ เขามาตามกันแล้ว”
“ไม่ครับ อย่าเพิ่งไป บอกผมก่อนว่าพ่อผมอยู่ที่ไหน...เดี๋ยว!”
ปัง!
ปังๆๆ
“หัวหน้า หัวหน้าครับ กาแฟร้อนๆ ครับผม” เสียงเอะอะเอ็ดตะโรราวไฟไหม้นั่นทำให้รุกข์หันขวับไปมองด้านหลัง และเมื่อหันกลับมายังคนที่สนทนาด้วย เขาก็ไม่เห็นแม้แต่เงาของหล่อนแล้ว รุกข์กำหมัดแน่น ทุบลงกับที่นอนข้างตัวแล้วลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็ว
เขานิ่งอยู่ครู่ ความทรงจำเดียวที่หลงเหลือจากในฝันเสมือนจริงนั่นคือรอยยิ้มอบอุ่นที่ระบายอยู่บนหน้าและดวงตาวาววับราวกับล่วงรู้ไปหมดทุกสิ่ง อะไรบางอย่างทำให้รุกข์คิดว่าหล่อนผู้นั้นน่าจะรู้เรื่องพ่อของเขา
“หัวหน้าครับ”
“ใครวะ! บอกแล้วไงว่าจะนอน กวนตีนฉิบหาย”
ผ่าง!
ประตูไม้ของบ้านพักถูกถีบสุดแรง เปิดผางจังหวะเดียวกับที่คมคายกระโดดหลบไปอีกทาง แต่คนที่ย่องขึ้นบันไดตามคมคายมาด้วยฝีเท้าเงียบกริบราวนางแมวป่าหารู้ชะตากรรมไม่ ลมวูบหนึ่งที่เกิดจากแรงถีบประตูตีหน้าหล่อนจนผมกระจาย ประตูไม้มหาภัยบานนั้นพลาดจากใบหน้าผุดผาดปานนางไม้ไปเพียงองคุลีเดียวได้
อินถวายืนตัวแข็งทื่อตะลึงงัน หนแรกหล่อนตกใจกลัวและเสียขวัญ แต่พอได้ยินเสียงตะคอกและเห็นร่างที่ย่างสามขุมมาที่ประตูในเสื้อกล้ามรุ่ยๆ ตัวเดียว กับกางเกงออกกำลังกายสีเข้มเกาะสะโพกหมิ่นเหม่ ความตกใจก็กลายเป็นความโกรธ
“ใครมีอะไร” เสียงแหบห้าวอย่างคนเพิ่งตื่นตะคอกถาม ร่างสูงเดินลูบหน้าสวนแสงแดดยามเช้าที่แยงลูกกะตาแดงก่ำของเขาเข้าเต็มๆ เขาหยีตาทำให้มองไม่ออกว่าลูกน้องผอมอย่างกับขาดสารอาหารคนไหนบังอาจมายืนขวางประตูห้องนอนของเขาอยู่แบบนี้
“น้องอินๆ หลบมาก่อนครับ”
มือหยาบของคมคายดึงต้นแขนบาง แต่หล่อนไม่ขยับเขยื้อนราวกับกลายเป็นหินไปเสียแล้ว คมคายเห็นริมฝีปากอิ่มเม้มเน้นสนิท ดวงตาคู่สวยวาววับ ชวนให้นึกถึงตาเสือดำยามค่ำคืนเสียเหลือเกิน
รุกข์ได้ยินเสียงของคมคายและเห็นหัวที่เพิ่งโผล่ออกมานอกกระดองของมัน
“ไอ้คม บอกแล้วใช่ไหมว่าห้ามกวน กูจะนอน”
“ขะ...ครับ”
“แต่นี่เวลาราชการค่ะ” เสียงเย็นนั้นไม่ได้ดังไปกว่าเสียงลมพัดใบไม้ไหว แต่มันสะท้านไปทั้งขุนเขา รุกข์ขยับเข้ามาใกล้อีกนิด พ้นแนวแสงแดดเขาก็ตาสว่างรู้ทันทีว่าใครที่กล้าพูดโต้ตอบเขาด้วยน้ำเสียงตำหนิเย็นยะเยือกยิ่งกว่าน้ำลอดหินผา
“อะฮ้า! นึกว่าผู้กล้าที่ไหน คุณนี่เอง” เขากอดอกพิงกรอบประตู หรี่ตามองร่างอ้อนแอ้นในชุดลายพรางรัดกุม รอยยิ้มที่มุมปากพร้อมกับอาการพยักหน้าช้าๆ บ่งบอกว่าเขาพึงพอใจ แต่นั่นกลับทำให้อินถวาไม่พอใจหนักเข้าไปอีก
เขาคงคิดสินะว่าที่หล่อนแต่งเครื่องแบบมา เพราะคำสั่งเผด็จการของเขา คนอะไรเกือบทำร้ายคนอื่นแล้วยังมีหน้ามาทำท่ายียวนอีก หากประตูบานนั้นกระแทกหน้าหล่อน หล่อนคงต้องไปโรงพยาบาลเป็นแน่
“คมคาย” เขาเบนสายตาไปหาคนสนิท คมคายยื่นกาแฟในแก้วมัคของอินถวาในมือเขาให้หัวหน้าด้วยมือสั่นน้อยๆ หมดท่าคนกล้าต่อหน้าสาว
“กะ...กาแฟครับเจ้านาย รับรองว่าหอมกรุ่น เข้มถึงใจ ดื่มแล้วหายง่วงแน่นอนครับ”
รุกข์รับกาแฟแก้วนั้นไปถือไว้ ดวงตามองมาทางอินถวา แล้วยกแก้วกาแฟชูขึ้นให้กับหล่อนเล็กน้อยก่อนจะกระดกดื่มอึกๆ
นั่นคำขอบคุณสำหรับกาแฟหรือ!
แล้วกาแฟดีๆ ใครเขาดวดเอาแบบนั้นกันเล่า ไร้อารยะสิ้นดีเลย
“แล้วนี่แห่กันมาปลุกแต่เช้ามีอะไร ใครตาย หาย หรือตีรันฟันแทงกันอีกหรือไง”
“เปล่าครับ แหม...เจ้านายได้ชิมกาแฟแล้วอารมณ์ขันมาเลยนะครับ นี่แฟ้มเสนอเซ็นมีเรื่องด่วนต้องลงนามครับ” คมคายยื่นแฟ้มให้เขา พร้อมปากกา เขาไม่เปิดอ่าน มือที่จับปากการั้งรอ อินถวาเม้มปากหายใจเข้าลึกๆ รายงานไปว่า
“เอกสารตอบรับการเข้าค่ายอนุรักษ์ธรรมชาติของนักเรียนต้นเดือนหน้าค่ะ ความจริงต้องส่งออกนานแล้วแต่ดิฉันหาคนลงนามไม่ได้”
รุกข์เลิกคิ้วเข้มกับการจิกกัดเล็กๆ ในท้ายประโยคนั่น
“เอาอีกแล้วเหรอ ค่ายอนุรักษ์แบบนี้ แค่พาเด็กมาเปลี่ยนที่กินที่นอน หาที่ถ่ายรูปสวยๆ ไปอวดกันเสียมากกว่า มากี่ค่ายก็เหมือนเดิม ไม่เห็นจะมีใครรักษ์ธรรมชาติมากขึ้นตรงไหนเลย ผมว่าเสียเวลา เปลืองงบประมาณเปล่าๆ” เขาบ่นเสียยิ่งกว่าคนอายุหกสิบขณะที่จรดปากกาลงนามราวกับตัดรำคาญ อินถวายื่นอีกใบที่หล่อนลืมใส่แฟ้มมาให้เขาจนต้องวิ่งตามคมคายมานี่
“ถ้าไม่มีค่ายอนุรักษ์ธรรมชาติแล้วเด็กๆ จะได้เรียนรู้คุณค่าของป่าจากไหนล่ะคะ”
“คุณคิดหรือว่าเวลาไม่กี่วันจะเปลี่ยนแปลงหรือปลูกฝังอะไรได้ ขนาดชาวบ้านเองอยู่ที่นี่มาไม่รู้กี่ชั่วคนยังลงมือโค่นต้นไม้ใหญ่ๆ ได้ เพื่อเอากระรอกในโพรงแค่ตัวเดียว” น้ำเสียงเย้ยหยันนั้นทำให้อินถวาเม้มปากแน่น
“หรือไอ้พวกที่เผาป่าทั้งป่าจนราบเพื่อให้เห็ดขึ้นในหน้าฝน หรือเพื่อเก็บยอดผักหวาน โดยไม่สนว่าสัตว์จะโดนไฟคลอกตายกี่ตัว ต้นไม้ยืนตายกี่ต้น ขนาดพวกนี้เกิดและโตมากับป่า มันยังไม่สนใจ นับประสาอะไรกับเด็กในเมืองพวกนี้”
“หัวหน้าครับ” คมคายปรามเบาๆ
“ไม่ทราบค่ะ แต่ฉันคิดว่ามันก็ยังดีกว่าเราไม่ทำอะไรเลย แล้วมันก็เป็นหน้าที่อย่างหนึ่งของหน่วยพิทักษ์ป่าไม่ใช่หรือคะ” พูดจบอินถวาก็รับแฟ้มจากมือเขามากอดไว้แนบอก “ขอบคุณค่ะ” หล่อนพูดจบก็หมุนตัวเดินลงจากบ้านพักของเขาไปอย่างไม่เหลียวหลัง คมคายเองก็เผ่นแน่บตามไปด้วย
“เหอะ ดื้อรั้น หัวแข็ง บ้าอุดมการณ์ ขมปี๋ยังกับกาแฟแก้วนี้ไม่มีผิด” พูดจบรุกข์ก็กระดกกาแฟก้นแก้วแล้วถือแก้วมัคสุดหวงของอินถวาเดินกลับเข้าไปด้านในบ้านพัก หมดอารมณ์ที่จะนอนต่อ เขาจัดการอาบน้ำแต่งตัวแล้วออกไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ