
คิดไม่ถึงว่าแค่แผนแรก ทุกอย่างก็ผ่านไปอย่างสวยงาม เป็นครั้งแรกที่มิลินทร์ได้เห็นสามีผิดหวังจากการถูกปฏิเสธบ้าง และมันทำให้หัวใจของเธอเต็มตื้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เธอรู้ว่าเขาไม่ชอบการถูกขัดใจและก็ไม่ชอบการหักหาญน้ำใจใครด้วย การได้เห็นมุมดื้อดึงของภรรยา คงทำให้เขาหงุดหงิดไม่น้อย
...สาแก่ใจชะมัด
เมื่อสร้างความปั่นป่วนให้กับศตวรรษสำเร็จได้ในคราแรก มิลินทร์ก็กำลังคิดถึงแผนถัดไป มีอะไรอีกบ้างนะที่เธอไม่เคยทำกับเขา ใช่แล้ว...หากเขารู้สึกว่าภรรยาที่แสนจะให้เกียรติสามี กลายเป็นคนตามจิกทุกฝีก้าว เขาต้องไม่ชอบแน่
ต้องหาทางที่เขาจะทนไม่ไหว แล้วยอมปล่อยฉันไปเอง
หญิงสาวมองดูสามีที่กำลังนั่งต่อโมเดลปราสาทอยู่ที่มุมเดิม เขายังคงมีสมาธิกับสิ่งที่กำลังทำ การบอกหย่าน่ะมันง่าย แต่ก็ต้องแลกด้วยความขัดแย้งหลายอย่าง ในเมื่อเขาควบคุมเธอได้ ทำไมเธอจะควบคุมเขาไม่ได้บ้าง
“เต้คะ” เสียงหวานเรียกสามี ซึ่งแน่ล่ะ ศตวรรษไม่เคยเมินเฉยต่อเสียงเรียกของเธอเลย
“ครับที่รัก”
“ขอโทรศัพท์หน่อยค่ะ” เธอพูดพร้อมกับยื่นมือไปตรงหน้า สิ่งที่เห็นคือเขาเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างสงสัย
“จะเอาไปทำอะไรครับ”
“ก็...อยากเช็กน่ะค่ะ”
คำพูดที่ตรงไปตรงมาพร้อมรอยยิ้มหวานหยดย้อย ซึ่งคนที่ไม่เคยถูกขอเช็กมือถือสักครั้ง ก็ยิ่งทำหน้าฉงนไปอีก
“เช็กอะไรครับ”
“ก็เช็กทุกอย่างเลยค่ะ แชต เฟซบุ๊ก ไลน์ รูปภาพ อีเมล เบอร์โทร ทุกอย่างในโทรศัพท์” มิลินทร์พยายามทำเสียงน่ารักที่สุดเท่าที่จะทำได้ แน่ล่ะ ท่าทางเหล่านี้มันต้องทำให้เขาไม่พอใจแน่ เพราะดูจากท่าทีของศตวรรษที่มองเธออย่างพินิจพิจารณา จนเธออดไม่ได้ที่จะเกร็งรออย่างอัตโนมัติ ในใจเตรียมรับมือกับคำบ่นหรือคำต่อว่าจากเขา แต่แล้ว...
“เอาไปสิครับ พาสเวิร์ดเป็นวันแต่งงานของเรานะ”
ศตวรรษยื่นโทรศัพท์มือถือให้เธออย่างว่าง่าย แถมยังบอกพาสเวิร์ดเข้าเครื่องเสร็จสรรพ มิลินทร์ได้แต่รับมาอย่างงงๆ ด้วยไม่คิดว่ามันจะง่ายดายถึงเพียงนี้
“อะ...อะไรนะคะ ให้มี่เอาไปจริงเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามน้ำเสียงตะกุกตะกัก พยายามจะเก็บความตื่นเต้นเอาไว้อย่างยิ่งยวด
“ก็ที่รักอยากเช็กไม่ใช่เหรอ เอาไปสิ ผมไม่มีอะไรต้องปิดบังอยู่แล้ว ถ้าอันไหนที่มันดูแล้วรกหูรกตา ที่รักก็ลบทิ้งได้เลยนะครับ” เขาส่งยิ้มมุมปากที่ขับให้ใบหน้าหล่อเหลาดูสว่างขึ้นทันตา ก่อนจะกลับไปสนใจต่อโมเดลต่อด้วยท่าทีสงบ
ใช้กันเฉยเลย...
เธอขมุบขมิบปากบ่น แล้วก็ได้แต่มองมือถือสลับกับใบหน้าของสามี ทำไมเขาไม่ทำท่าไม่พอใจเหมือนเมื่อคืนนะ ที่จริงการถูกคุกคามความเป็นส่วนตัวเขาต้องไม่ชอบไม่ใช่หรือ นี่มันนิ่งเกินไปหรือเปล่า และพอคิดว่าแผนนี้อาจล้มเหลว เธอก็ได้แต่ปรี๊ดแตกอยู่ในใจ
ให้ตายเถอะ! นี่ทนได้ง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอ ไม่เป็นไร ถ้าฉันทำแบบนี้ทุกวัน เขาต้องไม่ไหวแน่
มือเรียวกำโทรศัพท์มือถือของศตวรรษเอาไว้แน่น แล้วก็เริ่มกดเปิดหน้าจอใส่พาสเวิร์ดตามที่เขาบอก จากนั้นทุกอย่างก็ปรากฏขึ้นมา มิลินทร์เริ่มไล่ดูทุกสิ่งทุกอย่างในนั้นอย่างละเอียด หมายมั่นว่าต้องได้เห็นจุดอ่อนสักอย่างของเขาให้ได้ แม้ว่าตอนนี้...จะยังมองไม่เห็นอะไรเลยก็ตาม
----------
หลายวันผ่านไป แผนการภรรยาแสนจู้จี้ตามเช็กมือถือสามีทุกวัน ที่ตั้งใจว่าจะทำให้ศตวรรษต้องทนไม่ไหว กลับกลายเป็นหมันไปเสียอย่างนั้น เพราะนอกจากจะไม่มีอะไรให้น่าสงสัย หรือจุดชนวนความขัดแย้งได้แล้ว ตอนนี้พอเขากลับมาจากมหาวิทยาลัยปุ๊บ ก็ยื่นโทรศัพท์มือถือให้ภรรยาทันที ราวกับเป็นกิจวัตรประจำวัน
จะให้เช็กอะไรนักหนา ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือไงนะ แบบนี้ต้องเปลี่ยนแผน
คิดได้ดังนั้น เธอก็ดำเนินแผนการต่อไปในวันถัดมา วันนี้มิลินทร์ตั้งใจขับรถไปยังมหาวิทยาลัยที่ศตวรรษทำงานหลังช่วงพักเที่ยง พอไปถึงเธอก็ถูกเชิญเข้าไปนั่งที่โซฟาในส่วนของผู้มาติดต่อซึ่งอยู่ตรงหน้าห้องพักอาจารย์ของคณะบริหารธุรกิจ ซึ่งเธอก็ไม่ได้ทำอะไรไปมากกว่าการนั่งเล่นโทรศัพท์มือถือของตัวเอง พร้อมกับครุ่นคิดว่าตอนที่เขาเจอเธอนั้น จะต้องทำหน้าไม่สบอารมณ์แน่ๆ
ไม่นานนักร่างสูงโปร่งในชุดที่แสนจะคุ้นตาก็เดินตรงมาหา เขาซึ่งเห็นภรรยาของตัวเองมาแต่ไกล ได้แต่มองด้วยความสงสัยที่เห็นเธออยู่ที่นี่
“ที่รัก มาทำอะไรที่นี่ครับ” ได้ยินเสียงที่แสดงออกถึงความประหลาดใจ มิลินทร์ก็ละสายตาจากโทรศัพท์ ก่อนจะทำหน้าดีใจอย่างเกินจริง
“อ้าว เต้! มาพอดีเลย มี่กำลังคิดว่าจะไปหาที่ห้องเรียนอยู่แล้วนะคะ” แน่นอนว่าเธอพูดไปอย่างนั้น ในความจริงคงไม่อาจหาญไปก่อกวนเขาถึงที่สอนหรอก
“มาหาผมที่มหาวิทยาลัยเนี่ยนะ มีธุระอะไรหรือเปล่าครับ”
“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ พอดีช่วงนี้มี่ค่อนข้างเบื่อน่ะค่ะ” เธอยิ้มหวาน ขณะที่ปากยังเน้นคำว่า ‘เบื่อ’ ออกมาตรงๆ “อยากลองหาคอร์สเรียนสั้นๆ แก้เบื่อบ้าง”
ศตวรรษเลิกคิ้วสูงนิดๆ พลางมองภรรยาตัวเองด้วยสมองที่เต็มไปด้วยคำถาม เพราะไม่รู้ว่าเธอถูกผีเข้าหรือว่าอะไรกันแน่
“คอร์สเรียนสั้นๆ ที่นี่เหรอครับ” เขาถามย้ำ และเธอก็ยังแสดงความมั่นใจออกมา
“ใช่ค่ะ ก็เห็นเต้สอนอยู่ที่นี่นี่นา ก็ต้องมีคลาสอะไรดีๆ น่าสนใจอยู่แล้วสิคะ มี่ก็เลยอยากมาลองหาดูเผื่อจะเจออะไรโดนๆ” เธอฝืนทำเสียงให้ดูตื่นเต้นมากที่สุด ทั้งที่จริงๆ แล้วมิลินทร์เกลียดการเรียนในห้องมากกว่าอะไรทั้งหมด
“อืม...ถ้าอย่างนั้นก็ดีครับ คณะผมส่วนใหญ่เป็นคอร์สบริหารธุรกิจ บางทีที่รักอาจชอบก็ได้” แม้จะยังสงสัย ทว่าเขาก็ยังคงแนะนำเธออย่างเต็มที่
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มี่ว่ามี่นั่งดูบรรยากาศไปเรื่อยๆ ก็ไม่เบื่อแล้วค่ะ” รอยยิ้มหวานออกมาจากใบหน้าสวยอีกครั้ง ก่อนจะพิจารณาสามีตัวเองตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วแกล้งทำสายตาเย้ายวนใส่ “ว่าแต่...อาจารย์ศตวรรษเนี่ย ดูมีเสน่ห์จังเลยนะคะเวลาอยู่ที่ทำงานแบบนี้”
มิลินทร์ไม่ได้พูดเพียงอย่างเดียว แต่ยังทำมือป้วนเปี้ยนอยู่กับกระดุมตรงหน้าพร้อมกัดริมฝีปากอย่างเซ็กซี่ไปด้วย แต่แทนที่เขาจะไม่พอใจหรือดึงมือเธอออก ศตวรรษกลับฉวยข้อมือเธอเอาไว้ แล้วส่งสายตาที่ซ่อนความเจ้าชู้เอาไว้อย่างไม่ปกปิด
...ซึ่งมิลินทร์ไม่เห็นสายตาพิฆาตนารีแบบนี้มานานมากแล้ว
“ผมก็แต่งแบบนี้ตั้งแต่ออกจากบ้านแล้วนะ แต่ก็ดีใจนะครับที่มี่ชม” เขายิ้มแล้วก้มลงไปหาเธอ ก่อนจะลดเสียงเพื่อให้ได้ยินกันแค่สองคน “ไว้เวลาถอด ผมจะให้ที่รักทำให้นะครับ”
นานทีได้ยินสามีพูดจาพาสยิวแบบนี้ หญิงสาวก็ได้แต่หน้าแดงก่ำ ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ก่อนที่เธอจะผละออกมาจากเขา แล้วทำหน้าปกติที่สุด
“เอ่อ...เต้ไม่มีสอนต่อเหรอคะ” มิลินทร์เปลี่ยนเรื่อง ไม่รู้ทำไมเธอกลับรู้สึกถึงความซู่ซ่า อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมานานแล้ว
พอเห็นเมียตัวเองเขิน ใบหน้าคมยิ้มอย่างพอใจ แล้วกลับมาวางมาดเป็นอาจารย์ศตวรรษเหมือนเดิม
“ครับ งั้นที่รักนั่งรอที่โต๊ะทำงานผมก็ได้นะ เดี๋ยวสอนเสร็จแล้วผมจะรีบกลับมา”
“ค่ะ” ริมฝีปากอิ่มฉีกยิ้มหวานก่อนจะหุบฉับเมื่อคล้อยหลังเขาไป แต่พอหันไปเห็นบุคลากรที่นั่งอยู่ในห้องมองเธอด้วยความสนใจใคร่รู้ เธอก็แสร้งฉีกยิ้มอีกครั้ง แล้วเดินไปนั่งที่โต๊ะทำงานของสามีอย่างเงียบเชียบ
แปลกจัง โดนบุกถึงที่ทำงานแบบนี้น่าจะหงุดหงิดสิ ทำไมยังทำหน้ายิ้มอยู่ได้ หรืออาจรักษาหน้าเอาไว้ ช่างเถอะ ถ้าฉันมาเฝ้าทุกวัน มาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ตัวแบบนี้ เต้ต้องทนไม่ไหวแล้วโวยวายออกมาสักวันแน่ๆ
เธอคิดแบบนั้นก่อนจะนั่งไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ ขณะที่บุคลากรคนอื่นๆ ต่างเข้ามาทักทายทำความรู้จักเธอบ้าง ชวนคุยบ้าง หลายคนไม่คิดว่าจะได้เห็นหน้าภรรยาของอาจารย์ศตวรรษ แต่พอได้เจอก็นำมาซึ่งความตื่นเต้นจนหยุดคุยไม่ได้ รวมถึงความอิจฉาต่อเธอกับท่าทีที่เขาแสดงออกมาเมื่อครู่ด้วย
----------
สิ่งที่น่าประหลาดใจยังไม่หมดแค่นั้น เพราะมิลินทร์คิดว่ากลับมาถึงบ้าน เขาคงจะต่อว่าเธอ แต่ผิดคาด ศตวรรษกลับไม่ว่าอะไร แถมยังดีใจที่เธอไปหาเขาที่ทำงานบ้าง จนเธอได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองว่า เกิดอะไรขึ้นกับสามีตัวเองกันแน่ สิ่งที่เธอคิดว่าเขาจะไม่พอใจ กลับกลายเป็นว่าเขาดูจะยินดีเสียด้วยซ้ำ
และเรื่องผิดคาดก็ไม่ได้มีแค่นั้น เมื่อมิลินทร์คิดจะใช้แผนตามติดสามีอีกรอบ แต่ก็กลายเป็นว่าตัวเองต้องเจอกับเรื่องเซอร์ไพรส์แทนในวันรุ่งขึ้น ที่เธอตั้งใจตื่นสายแล้วรอให้สามีออกไปทำงานก่อน พอลงมาที่ห้องครัวเพื่อชงกาแฟสักแก้ว สายตาเธอก็สะดุดกับโพสต์อิตสีเหลืองสดใสแปะเด่นหราอยู่หน้าตู้เย็น
‘ที่รักครับ
เมื่อวานที่รักบอกว่าเบื่อ อยากหาคอร์สเรียนสั้นๆ วันนี้ผมนัดอาจารย์ฝ่ายแนะแนวหลักสูตรให้แล้ว บ่ายสองโมงตรงที่ตึกคณะ (ชั้น ๓ ห้อง ๓๐๕) อย่าลืมไปตามเวลานะครับ ผมเคลียร์ตารางงานให้แล้ว
รักมี่นะครับ’
เมื่ออ่านข้อความจบ หน้าของมิลินทร์ก็เปลี่ยนสีทันใด เธอถึงกับอ่านโพสต์อิตนั้นซ้ำอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ พอเห็นว่าไม่ผิดแน่ หญิงสาวก็แผดเสียงลั่น
“อะไรวะเนี่ย!”
เสียงนั้นดังขึ้นมาพร้อมกับดวงตาที่ยังคงจับจ้องอยู่ที่ข้อความ ลายมือของสามีที่เขียนอย่างตั้งใจ แถมยังเลือกเวลาให้เสร็จสรรพโดยไม่ถามเธอสักคำ มันยิ่งทำให้มิลินทร์ฉุนขาด จนต้องคว้ามือถือมากดโทร.หาศตวรรษ
รอสายไม่นาน ปลายสายก็รับ พร้อมกับเสียงนุ่มๆ เหมือนว่ารอให้เธอโทร.หาอยู่แล้ว
“ครับที่รัก มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“เต้คะ โพสต์อิตนี่คืออะไร ที่นัดอาจารย์แนะแนวให้แล้ว บ่ายสองโมงตรงที่มหา’ลัยเนี่ย!” เธอแทบจะตะโกนใส่มือถือด้วยความหงุดหงิด พลางเดินวนรอบโต๊ะกินข้าวไปมา
“ก็เมื่อวานที่รักบอกว่าเบื่อ ผมคิดว่าไหนๆ ที่รักก็ไปถึงที่มหา’ลัยแล้ว เลยช่วยนัดอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหลักสูตรสั้นๆ ให้เลย จะได้ไม่เสียเวลา”
“เสียเวลาอะไรคะ! มี่แค่บอกว่าอยากหาดูเฉยๆ ไม่ได้อยากจะเรียนจริงๆ จังๆ สักหน่อย เต้ไปนัดอะไรทำไมไม่ถามมี่ก่อน” น้ำเสียงที่เคยหวานบัดนี้แข็งกร้าว ด้วยอารมณ์โมโห
“แต่ผมเห็นด้วยนะที่ที่รักจะหาคอร์สเรียน ผมเลยอำนวยความสะดวกให้ไงครับ อีกอย่างที่มอมีหลายหลักสูตร ผมว่าให้อาจารย์แนะแนวน่าจะดีกว่าหาเองนะ” ปลายสายพยายามทำให้ภรรยาตัวเองใจเย็น
“แต่มี่แค่อยากให้เต้...!” มิลินทร์เกือบจะหลุดปากพูดไปว่าอยากให้เขารำคาญแล้วขอหย่า แต่เธอก็รีบเปลี่ยนคำพูด “...ให้เต้เข้าใจมี่บ้าง”
ศตวรรษเงียบไปชั่วอึดใจ เหมือนว่าเขาก็ไม่เข้าใจเธออีกตามเคย ทั้งที่คิดว่าทำดีที่สุดแล้ว
“ผมว่าผมก็เข้าใจตรงจุดแล้วนะ เอาละ เราอย่าเพิ่งทะเลาะกันดีกว่า พอดีผมติดสอน อย่าลืมไปตามเวลานะครับอาจารย์เขารออยู่”
เขาตัดบทแล้วก็ตัดสายไปทันที ทิ้งให้คนที่เดินวนรอบโต๊ะกินข้าวอยู่ชะงัก ด้วยอารมณ์หงุดหงิดที่หาที่ลงไม่ได้
นี่มันน่าโมโหที่สุด!
มิลินทร์กำหมัดแน่น จากแผนการตามติดสามี โดยใช้ข้ออ้างที่คิดขึ้นมาง่ายๆ นั้น กลายเป็นทำให้ตัวเองต้องไปหาคอร์สเรียนจริงๆ ตอนนี้เธอไม่รู้เลยว่า แผนของตัวเองมันไร้ค่า หรือสามีดันฉลาดเกินไปกันแน่
เปลี่ยนแผนทันไหมวะ
ความคิดนั้นผุดขึ้นมา พร้อมกับความเจ็บใจที่สามีตัวเองดันซ้อนแผนด้วยความตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ไม่อาจรู้ได้ มิลินทร์ขยำโพสต์อิตในมือจนยับยู่ยี่ แล้วปาทิ้งลงถังขยะอย่างแรง ร่างสมส่วนในชุดนอนยืนกำหมัดแน่นจนตัวสั่น มองโทรศัพท์มือถือที่เพิ่งถูกเขาตัดสายไป ก่อนจะตะโกนใส่อย่างบ้าคลั่ง
“ฉันไม่ไป! ตอนเรียนภาคบังคับยังขี้เกียจจะแย่ คิดจะควบคุมฉันทุกอย่างเลยใช่ไหมฮะเต้ ไม่มีทาง! ฉันไม่ไป! ไม่มีทาง!”
เธอทำเหมือนว่าเสียงของตัวเองนั้นจะส่งไปถึงสามี ทั้งที่รู้ว่าไม่มีทาง พอรู้ว่าทำอะไรไม่ได้ มิลินทร์ก็ระบายลมหายใจแรงๆ ออกมาหลายครั้ง แล้วใช้นิ้วกดหางตาไม่ให้เกิดริ้วรอยก่อนจะสะบัดหน้าเดินออกไปจากห้องครัว กาแฟไม่ต้องกงต้องกินมันแล้ว
** หมายเหตุ: นิยายที่ลงในเว็บยังไม่ใช่ฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **