ทดลองอ่าน ร้อยแปดวิธีสามีตีจาก : ตอนที่ 13

 

 

ตอนที่ 13

 

 

แล้ววันนี้ก็เป็นอีกวันที่เธอกลับมาจากร้านกาแฟด้วยความรู้สึกเหนื่อยแทบขาดใจ หลังจากที่ต้องผจญกับออเดอร์ใหญ่จากห้องสัมมนา แถมกลับมาต้องมาเจอกับสภาพบ้านที่เธอทำไว้เอง ในขณะที่ศตวรรษ ซึ่งทำงานมาทั้งวันแล้ว กลับมารดน้ำต้นไม้อย่างใจเย็น ไม่สะทกสะท้านกับความวุ่นวายรอบตัวเลยแม้แต่น้อย ความสงบของเขานี่แหละที่ทำให้มิลินทร์หงุดหงิดจนแทบระเบิด โดยเฉพาะเมื่อแผนการเมียน่ารำคาญที่แทบไม่ได้ผลเลย

ไม่ได้การละ ถึงเวลาที่ต้องเล่นบทดราม่าแล้วสินะ

หรือบางทีเธออาจลืมทำในสิ่งที่ควรทำมากที่สุดไปก็ได้ ในเมื่อแผนการที่คิดไม่ได้ผล มันก็เริ่มทำให้มิลินทร์คิดว่าหรือเธอควรจะพูดเรื่องนี้กับสามีตรงๆ ไปเลย ถ้าเรื่องงานบ้านเขายังรับฟังเธอได้ บางทีเรื่องสำคัญแบบนี้เขาก็น่าจะรับฟังเธอบ้าง

มิลินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วตีหน้าเศร้าสุดฤทธิ์ พยายามนึกถึงเรื่องที่ทำให้สีหน้าหม่นหมองที่สุดเท่าที่จะทำได้ แล้วเดินตรงไปหาสามีซึ่งกำลังหมุนกระถางต้นไม้อย่างพินิจพิเคราะห์

“เต้คะ...มี่มีอะไรจะปรึกษา” เธอทำเสียงอ่อนเหมือนกำลังหมดแรง

แน่นอนว่ามันได้ผลทันที พอศตวรรษเห็นเธอเขาก็วางงานทุกอย่างลง แล้วพาเธอเข้ามานั่งในบ้าน ถึงแม้จะไม่ได้แสดงท่าทีอะไรออกมามาก แต่ก็ยังเต็มไปด้วยความใส่ใจตามแบบฉบับของเขาเอง

“ว่าไงครับที่รัก มีเรื่องอะไร”

เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ส่งสายตาเป็นห่วง มิลินทร์ก็ถอนหายใจออกมา เอาน่า...แค่คุยกันตรงๆ มันง่ายกว่าคิดแผนตั้งมากมายด้วยซ้ำ

“เต้รู้สึกไหมว่าช่วงนี้เราเหนื่อยกันมากเลย เหมือนกำลังพยายามทำอะไรกันอยู่ก็ไม่รู้เนอะ”

“ผมว่ามีแต่มี่คนเดียวนั่นแหละที่เหนื่อย ที่รักไม่เห็นจำเป็นต้องฝืนตัวเองขนาดนั้นเลย”

เออ...ที่เขาพูดมันก็จริง แต่ไม่สิ ขืนเธอยอมรับ เดี๋ยวเขาก็พาเปลี่ยนเรื่องกันไปพอดี ไม่ได้การละ ต้องวกเข้าเรื่องสำคัญให้ได้

“ไม่ใช่เรื่องนั้นค่ะ มี่แค่คิดว่าช่วงนี้ความสัมพันธ์ของเรามัน...”

“...ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ นะ” เขาตอบเธอทันควัน ก่อนจะยิ้มบางๆ

เอาละสิ...มิลินทร์นิ่งไปพลางเบิกตามองเขาอย่างสับสน คำตอบของสามีเนี่ยแหละที่ทำเธอคาดไม่ถึง และตรงข้ามกับสิ่งที่อยากให้เขาพูดโดยสิ้นเชิง เอาวะ เขาอาจยังไม่เข้าใจความต้องการเธอก็ได้

“ไม่นะคะ มี่หมายถึงว่ามันเริ่มที่จะ...”

“มั่นคงขึ้น”

สั่นคลอนต่างหากล่ะโว้ย...

เธอโวยอยู่ในใจ อยากรู้นักว่าผีที่ไหนเข้าสิงให้เขาเห็นว่าความสัมพันธ์มันดูมั่นคง อีกอย่างที่เธอพยายามแสดงความงี่เง่าออกมามันแทบจะไม่มีผลอะไรกับเขาเลยงั้นเหรอ ตอนนี้มิลินทร์ได้แต่กุมขมับอย่างหัวเสีย พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ให้ตัวเองปรี๊ดแตกออกมา

“มี่หมายถึงช่วงนี้พวกเรายุ่งอยู่แต่กับเรื่องตัวเอง ไม่มีอะไรตื่นเต้นเลย บางทีเราควร...” เป็นอีกครั้งที่เธอเว้นวรรคสุดท้าย หวังว่าเขาจะเติมคำว่าห่างกันสักพักหรืออะไรก็ได้ที่แสดงถึงความห่างเหิน

“ไปเที่ยวกันไหมล่ะ ที่รักบอกว่าเหนื่อยไม่ใช่เหรอ ถ้าไปเที่ยวด้วยกันอาจจะดีขึ้นนะ” ใบหน้าคมคายยิ้มกว้างขึ้นอย่างสดใสราวกับเพิ่งคิดอะไรดีๆ ออก

มิลินทร์เงียบไปอึดใจใหญ่ เธอจ้องมองศตวรรษด้วยความงุนงงไปหมด นี่เขารู้ทันเธอหรือไงนะ ทำไมทุกอย่างมันกลับตาลปัตรแบบนี้ไปได้ ตอนนี้ที่อยากทำคือการเอาหัวโขกกำแพงเสียเอง แพ้แล้ว...เธอแพ้ราบคาบเลย จากที่ตั้งใจจะบอกว่า ‘เราเลิกกันเถอะ’ กลายเป็นว่าเธอต้องแพ็กกระเป๋าไปเที่ยวแทนเสียอย่างนั้น

----------

จากที่ตั้งใจจะบีบให้ศตวรรษขอหย่าด้วยแผนดราม่า ไปๆ มาๆ มิลินทร์ก็พบว่าตัวเองกำลังอยู่ในชุดบิกินีตัวเก่ง สวมทับด้วยเสื้อคลุมแขนยาวตัวหลวมบางๆ เดินอยู่บนชายหาดทรายขาวละเอียด เบื้องหน้าคือทะเลสีครามสดใสของฝั่งอันดามัน หลังจากจองตั๋วเครื่องบินด่วนบินลงใต้

ส่วนสามีนั้นตอนนี้เขาอยู่ในชุดกางเกงขาสั้นกับเสื้อยืดกำลังกางร่มชายหาดอย่างขะมักเขม้น

ในที่สุดก็มาจนได้สินะ...บ้าจริง

เธอคิดอย่างเจ็บใจ แต่จะทำไงได้...มาถึงที่แล้วจะทำตัวหงอยๆ ก็เสียเที่ยว แกล้งเล่นให้เขาเห็นไปเลยว่าเธอสร้างความวุ่นวายได้มากขนาดไหน ว่าแล้วร่างสมส่วนก็ถอดเสื้อคลุมออกโชว์บิกินีสีสันสดใส เธอวิ่งลงทะเลอย่างรวดเร็ว มีฟองคลื่นซัดสาดขึ้นมาเล็กน้อย แล้วหันไปเรียกสามีที่กำลังจัดเก้าอี้ชายหาด

“เต้! มาเล่นน้ำกันค่ะ น้ำใสมากเลย” เธอแสร้งโบกมืออย่างสดใส พลางโชว์หุ่นสวยอวดสายตาทั้งคนไทยทั้งฝรั่ง นึกว่าเขาจะหึง ที่ไหนได้ยังคงสนใจอยู่กับการสร้างที่นั่งพัก

“เดี๋ยวผมกางร่มเสร็จก่อนนะครับที่รัก แดดร้อน”

อยากจะบ้าตายรายวัน ไม่เพียงแต่เขาจะไม่สนใจเธอแล้ว ยังทำเหมือนเป็นเรื่องปกติที่เมียจะอวดเรือนร่างบ้าง แต่มิลินทร์ไม่ยอมแพ้ เธอวิ่งขึ้นฝั่งมาดึงมือเขาอย่างเอาแต่ใจ แล้วสายตาก็ไปเห็นจุดเช่าเจ็ตสกี ซึ่งก็พอจะจำได้ว่าตอนรักกันใหม่ๆ เขานั้นเคยพาเธอขึ้นเจ็ตสกีไปด้วยกัน

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ มาก่อน...มี่อยากให้เต้ไปเล่นเจ็ตสกีกับมี่”

“ก็ได้ครับ”

และแล้วมิลินทร์ก็ลากสามีไปเช่าเจ็ตสกี จากนั้นทั้งคู่ก็ขับโฉบไปมาบนผิวน้ำอย่างสนุกสนาน หญิงสาวหัวเราะเสียงดังลั่นอย่างที่ไม่เคยเป็นมานานแสนนาน เธอชวนศตวรรษให้ขับเร็วขึ้นอีก ดริฟต์อย่างหวาดเสียวอีก ซึ่งเขาก็ทำตามอย่างไม่ขัดข้องใดๆ

ก่อนจะคิดได้ว่า ไหนจะทำให้เขาไม่พอใจไม่ใช่เหรอ...

พอพลบค่ำ เธอก็ชวนเขาไปนั่งทานอาหารทะเลริมหาด สั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ชอบทานอาหารมันๆ กับของทอด ซึ่งเป็นของส่วนใหญ่ในมื้อนี้

“เต้กินเยอะๆ เลยนะ กุ้งตัวใหญ่มาก” มิลินทร์ตักกุ้งทอดกระเทียมตัวโตให้สามี แล้วรอดูท่าทางอึดอัดกับของทอดที่เขาไม่มีทางปฏิเสธได้

“ขอบคุณครับที่รัก” ศตวรรษยิ้มรับ แล้วตักกุ้งที่หัวมันเยิ้มด้วยท่าทางที่ไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใด

เอาเป็นว่าแผนการสั่งของชวนอ้วนนั้นไม่ได้ผล เพราะนอกจากสามีจะกินอย่างเอร็ดอร่อยเพราะถือว่าเป็นชีตเดย์ มีแต่เธอเนี่ยแหละที่รู้สึกเลี่ยนก่อนเขาเสียอีก จากนั้นมิลินทร์ก็พยายามชวนคุยเสียงดัง หัวเราะเสียงดังเป็นพิเศษ ดื่มเครื่องดื่มรสจัดๆ พอถึงเวลาก็ชวนสามีให้ไปเดินเล่นริมหาดยามค่ำคืน

สุดท้ายกลายเป็นว่าตลอดทั้งวัน ศตวรรษตอบสนองทุกกิจกรรมที่ภรรยาชวนอย่างว่าง่าย และเขามีส่วนร่วมกับทุกเรื่องอย่างเต็มที่ ไม่มีการแย้ง ไม่มีการบ่น ไม่มีแม้แต่สีหน้าเหนื่อยหน่าย

นี่ฉันมาแกล้งเขา หรือสนองนี้ดตัวเองกันแน่เนี่ย

เธอคิดหลังจากที่พยายามทำตัววุ่นวายมาทั้งวัน ทั้งชวนทำนู่นนี่ ชวนกินอะไรที่เขาไม่ชอบ ทำไมเขายังไม่หงุดหงิดเลย ทำไมยังคงทำตัวเป็นสามีที่เพียบพร้อมแบบนี้ นี่มันไม่ได้ผลเลย

มิลินทร์มองศตวรรษที่กำลังมองคลื่นทะเลอย่างสงบสุข ถ้าเป็นไปได้อยากจะจับเขากดน้ำทะเลให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย ยิ่งมองเห็นใบหน้าคมคายที่สงบนิ่งเธอยิ่งรู้สึกหงุดหงิด มันช่างตรงข้ามกับเป้าหมายอย่างสิ้นเชิง แผนการที่จะทำให้เขาทนไม่ไหวดูเหมือนจะยังห่างไกลนัก

----------

กลับมาจากทริปทะเลที่ไม่ได้ช่วยให้ความสัมพันธ์แย่ลงอย่างที่ตั้งใจ มิลินทร์ยิ่งรู้สึกหมดหนทาง การทำตัวเป็นเมียน่ารำคาญ ทั้งบ้านรก ใช้เงินฟุ่มเฟือย หรือแม้แต่พยายามออดอ้อนขอหย่าก็ยังไม่ได้ผล ศตวรรษกลับมองว่ามันคือความน่ารัก หรือไม่ก็เป็นวิธีการที่เธอต้องการความช่วยเหลือ

คำถามในใจที่เกิดขึ้นก็คือ หรือแผนพวกนั้นมันเบาไป หรือไม่ก็เขามีประสาทการรับรู้ปัญหาที่แปลกประหลาดกว่าชาวบ้าน ซึ่งเธออาจต้องใช้ไม้แข็งกว่านี้ อะไรที่ผู้ชายส่วนใหญ่ไม่ชอบ

ปิ๊งป่อง!!

ใช่แล้ว...หึงหวงไง! ผู้ชายไม่ชอบเมียขี้หึง คราวนี้แหละเสร็จฉันแน่

ในขณะที่มิลินทร์กำลังคิดแผนใหม่ ก็เหมือนฟ้าจะประทานความช่วยเหลือมาอย่างทันท่วงที เมื่อจู่ๆ โทรศัพท์มือถือของสามีที่วางอยู่บนโต๊ะก็สั่นครืดๆ

หน้าจอโชว์ชื่อ ‘ขนมผิง’

ดวงตาคมสวยวาวโรจน์ เธอต้องรีบฉวยโอกาสนี้ คิดเช่นนั้นหญิงสาวก็เหลือบมองศตวรรษที่กำลังจะเดินมารับโทรศัพท์ ตอนนั้นเองที่เธอรีบคว้าโทรศัพท์มากดรับก่อนเขา ก่อนจะทำหน้าตาขึงขัง พร้อมกับน้ำเสียงเจือความไม่พอใจ

“ฮัลโหล! นี่ใครคะ โทร.หาเต้มีอะไร” เธอพูดแล้วมองหน้าสามีไปด้วย แน่นอนสิ่งที่เห็นคือเขากำลังมองเธออย่างฉงนเช่นกัน

“เอ่อ...ไม่ทราบว่า นี่เบอร์อาจารย์เต้หรือเปล่าคะ พอดีมีเรื่องงานด่วนค่ะ” เสียงหวานจากปลายสายแสดงออกถึงความงุนงงอยู่ในที

“งานด่วนเหรอคะ ด่วนขนาดไหนถึงต้องโทร.หาตอนดึกแบบนี้ นี่มันเวลาส่วนตัวของอาจารย์ศตวรรษค่ะ! ถ้าด่วนขนาดนั้น ทำไมไม่โทร.มาตั้งแต่เมื่อวานล่ะคะ” มิลินทร์แสร้งทำเสียงเขียว แล้วตวัดสายตามองศตวรรษอย่างไม่พอใจ พอเห็นสามีพยายามจะเอาโทรศัพท์คืน เธอก็รีบเบี่ยงตัวหลบ

“เอ่อ...ขอโทษด้วยค่ะ พอดีเป็นเรื่องที่ต้องสอบถามด่วน อาจารย์เต้ไม่สะดวกคุยตอนนี้ใช่ไหมคะ” น่าสงสารปลายสายผู้ไม่รู้เรื่องอะไร แต่กลับต้องมารองรับอารมณ์ของมิลินทร์เต็มๆ

“ไม่สะดวกค่ะ! อาจารย์ศตวรรษกำลังอยู่กับภรรยา มีอะไรพรุ่งนี้ค่อยว่ากันนะคะ” แล้วเธอก็กดตัดสายทิ้งทันทีอย่างไม่ไยดี แล้วแอบขอโทษปลายสายในใจที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือแสดงความหึงหวง ก่อนจะกลับมาทำหน้าบึ้งตึงแล้วยื่นโทรศัพท์คืนให้สามี

“ผู้หญิงคนนี้เป็นใครคะเต้! ทำไมต้องโทร.มาหาตอนดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ด้วย แล้วทำไมถึงรู้เบอร์ส่วนตัวของเต้คะ เต้ต้องเคลียร์กับมี่เดี๋ยวนี้เลยนะ!”

ศตวรรษรับโทรศัพท์คืนมา พลางมองหน้าภรรยาที่กำลังตีหน้าขึงขังเต็มที่ เขาเห็นแววตาที่จ้องเขม็ง ใบหน้าบึ้งตึงที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาให้ดูน่ากลัว

“ที่รักครับ...ใจเย็นๆ ก่อนนะครับ” เขายื่นมือไปลูบผมของเธออย่างอ่อนโยน ใบหน้าไม่ได้แสดงความหงุดหงิดเลยแม้แต่น้อย กลับกันเขากลับยิ้มอย่างพึงพอใจ

“เย็นได้ไงคะ! เต้อธิบายมาเดี๋ยวนี้เลยนะ!”

“เขาเป็นผู้ช่วยสอนครับ มีเรื่องด่วนก็เลยโทร.มา” ศตวรรษอธิบายอย่างใจเย็น แล้วยิ่งยิ้มกว้างเมื่อเห็นท่าทางไม่พอใจของเธอ จากนั้นก็ดึงร่างเล็กเข้ามาสวมกอดเอาไว้แน่น

“ขอบคุณนะครับที่รัก”

“ขะ...ขอบคุณอะไรคะ!?” มิลินทร์ยิ่งงงหนัก นี่เธอกำลังเล่นบทร้ายอยู่ไม่ใช่เหรอ ทำไมเขาถึงได้แสดงความดีใจออกมาล่ะ

“ขอบคุณที่รักที่เป็นห่วงเป็นใยผมขนาดนี้ไง ผมรู้ว่าที่รักคงไม่สบายใจที่เห็นใครโทร.หาผมดึกๆ มันเป็นการยืนยันว่าที่รักรักและห่วงผมมากจริงๆ”

ว่าแล้วเขาก็จูบหน้าผากเธอไปหนึ่งครั้ง ปล่อยให้มิลินทร์ตัวแข็งค้างในอ้อมกอด เธอพยายามตีหน้าขึงขังให้เขาเห็นว่าเธอโกรธ หงุดหงิด เธอตั้งใจจะทำให้เขารู้สึกถูกคุกคาม ถูกควบคุม แต่ไฉนศตวรรษกลับตีความว่านี่คือความรักและความเป็นห่วง แถมยังยิ้มชอบใจอีกต่างหาก

“ผมดีใจนะ ที่ที่รักยังรู้สึกหึงผมบ้าง รู้ไหมว่าที่ผ่านมาผมคิดมาตลอดว่ามี่ต้องมีปัญหาอะไรในใจ หรือไม่มี่ก็กำลังเบื่อผมแน่ๆ ผมเลยพยายามจะทำตัวให้ดีขึ้น แต่พอเห็นที่รักหึงผมแบบนี้ แสดงว่าความสัมพันธ์ของเรายังแนบแน่นอยู่...ใช่ไหมล่ะครับ”

ได้ยินที่เขาพูดแล้ว มิลินทร์ก็เริ่มใจอ่อน ใบหน้าเริ่มสลดลงจากความผิดหวัง อีกใจหนึ่งก็รู้สึกผิดที่ก่อปัญหาตั้งมากมาย แต่เขาก็ยังมองเธอในแง่ดีตลอด ไม่เห็นร่องรอยความรำคาญใดๆ บนใบหน้าของเขาเลยแม้แต่น้อย และแผนเมียขี้หึงก็ยังคงพ่ายแพ้อย่างราบคาบ ซึ่งศตวรรษก็ยังคงควบคุมทุกอย่างได้สมบูรณ์แบบในโลกของเขาเอง

 

 



ปุกาศๆ eBook มาแล้วจ้า สนพ.จัดโปรฯ ลดแรง! ในแรกวางขาย
ราคาเพียง 199 บาทเท่านั้น (จากปก 345 บาท)

ไปโหลดกันด่วนๆ ถึง 8 พฤศจิกายนนี้เท่านั้น พลาดแล้ว ไม่มีราคานี้แล้วน้าาา
 

อ่านเล่มเต็ม (จิ้มตรงนี้)

 

กลับหน้าหลัก        

Powered by MakeWebEasy.com