ทดลองอ่าน ร้อยแปดวิธีสามีตีจาก : ตอนที่ 1

 

 

ตอนที่ 1

 

 

เช้าวันหยุดที่แสนจะเงียบสงบ ถูกรบกวนเพียงเสียงเพลงคลาสสิกที่แผ่วเบา และเสียงหึ่งๆ ของเครื่องดูดฝุ่นอัตโนมัติที่วิ่งไปมาอย่างขยันขันแข็งในบ้านสองชั้นสไตล์โมเดิร์นซึ่งมีสนามหญ้าและต้นไม้เขียวขจีล้อมรอบ สร้างบรรยากาศร่มรื่นกลมกลืนกับธรรมชาติที่ดูสงบ สะอาดตา และอบอุ่น

ที่กลางโถงอันสบายตา หญิงสาวในชุดนอนลายการ์ตูนซึ่งเธอออกแบบเองจากผ้าซาตินเนื้อบางเบา กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่บนโซฟา พลางมองออกไปยังสวนหน้าบ้านด้วยสายตาว่างเปล่า ปล่อยให้ผมยาวระต้นคอระหงอย่างอิสระ นับเป็นยามเช้าที่แสนสงบสุข เหมือนเช่นเคย

กระทั่งร่างสูงเดินออกมาจากครัวพร้อมกับกิ๊บหนีบผมอันใหญ่

“ที่รัก ทำไมไม่รวบผมล่ะครับ ปล่อยแบบนี้เดี๋ยวก็ไปพันกับอะไรเข้าหรอก แล้วเมื่อคืนนอนดึกอีกแล้วใช่ไหม วันนี้ถึงได้ตื่นสาย” ชายหนุ่มในชุดอยู่บ้านเดินอ้อมไปทางด้านหลังโซฟา ก่อนจะรวบผมที่ปล่อยสยายของภรรยา แล้วใช้กิ๊บในมือหนีบไว้อย่างเรียบร้อย

โดยมีเจ้าตัวส่งยิ้มฝืนๆ ให้ แล้วแตะทรงผมใหม่ของตัวเองเบาๆ

“ขอบคุณนะคะ ที่จริงก็ไม่ได้ดึกเท่าไรหรอกค่ะ แต่ช่วงนี้มี่กำลังออกแบบชุดนอนคอลเล็กชันใหม่ เลยอยู่ยาวไปหน่อย” มิลินทร์พูดถึงเรื่องงานออกแบบชุดนอน ซึ่งเป็นธุรกิจเล็กๆ ของเธอ ทุกครั้งที่ถึงช่วงต้องออกคอลเล็กชันใหม่ทีไร หญิงสาวก็มักจะขลุกตัวอยู่ในสตูดิโอออกแบบเล็กๆ ของตัวเองจนดึกดื่นเสมอ

ส่วนคนที่เพิ่งจัดแจงกับผมของเธอก็กำลังมองกางเกงนอนที่เธอใส่ พลางเอื้อมมือไปวัดความยาวของชายเสื้อไปด้วย

“ผมว่ากางเกงตัวนี้ก็ยาวเกินไปนะครับ เดินในบ้านอาจจะสะดุดได้ บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เลือกเสื้อผ้าที่กระชับและคล่องตัวกว่านี้หน่อย”

และนั่นก็ทำให้มิลินทร์แอบมองบนเบาๆ กับความเจ้ากี้เจ้าการของเขา

“ไม่เป็นไรหรอกค่ะเต้ มี่ระวังอยู่แล้ว ที่สำคัญนี่ก็เป็นขนาดที่มี่มั่นใจแล้วว่ากำลังดี รุ่นนี้กำลังขายดีเลยนะคะ” เสียงใสเล่าออกมาอย่างภาคภูมิใจ ถึงจะบอกว่าเป็นธุรกิจเล็กๆ แต่เธอก็พอใจกับรายได้ และจำนวนลูกค้าที่นับวันมีแต่จะเพิ่มขึ้น

“ระวังก็ส่วนระวังครับ แต่ป้องกันไว้ก่อนดีกว่า เมื่อวานที่ผมบอกให้ระวังเรื่องที่วางกุญแจบ้าน ที่รักก็ยังวางไว้ที่ใต้กระถางต้นไม้อีก โชคดีที่ผมเจอ” เขาว่าพลางยื่นมือมาบีบแก้มเธออย่างมันเขี้ยว “อย่าวางใจเรื่องความปลอดภัยมากสิครับที่รัก คุณอยู่บ้านตอนกลางวันคนเดียว ผมเป็นห่วงนะ”

“ค่ะ...”

รอยยิ้มน้อยๆ แสดงออกมาว่ารับความเป็นห่วงของเขา แล้วมิลินทร์ก็หันไปมองเครื่องดูดฝุ่นที่วิ่งไปมาอย่างแข็งขัน ไม่ต่างอะไรกับชีวิตเธอที่ถูกควบคุมให้วิ่งไปตามเส้นทางที่ศตวรรษผู้เป็นสามีวางไว้

ว่าแล้วสามีผู้เพียบพร้อมของเธอก็เดินไปยังตู้หนังสือติดผนังด้านหนึ่ง มองซ้ายมองขวาเหมือนกำลังตรวจหาความผิดปกติ ก่อนจะพบว่ามีหนังสือที่ขยับตำแหน่งไปเล็กน้อย

“ที่รัก...หนังสือเล่มนี้ทำไมไม่อยู่ที่อีกตู้ล่ะครับ มันต้องอยู่ตู้ด้านซ้ายตรงนี้สิ”

ศตวรรษหยิบหนังสือขึ้นมาให้เธอเห็น ก่อนจะวางกลับเข้าที่เดิมอย่างเรียบร้อย แล้วเขาก็ยิ้มออกมาด้วยความสบายใจ

“เห็นไหมครับ ถ้าเราจัดทุกอย่างให้เป็นระบบ มันก็จะง่ายต่อการหาและการใช้ชีวิตของเราก็จะราบรื่นขึ้นเยอะเลย”

เธอมองสามีที่กำลังจัดหนังสืออย่างตั้งใจ ใบหน้าคมคายของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่จะทำให้ทุกอย่างเป็นระเบียบ และสมบูรณ์แบบที่สุดในสายตาของเขา ทว่าในทางกลับกัน จากมุมมองของมิลินทร์ สิ่งที่เห็นตรงหน้าคือเจ้าชีวิตอีกคนที่ไม่เคยปล่อยให้เธอได้ทำอะไรอย่างอิสระ

ตกลงนี่ฉันมีผัวหรือพ่อคนที่สองกันแน่นะ...

ความคิดนั้นผุดขึ้นมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า เรียกได้ว่าเกือบทุกชั่วโมงที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกัน ถึงจะเป็นความอึดอัด แต่ศตวรรษก็นับเป็นความสมบูรณ์แบบที่หาได้ยากยิ่ง โดยเฉพาะเวลาที่เขาว่างจากการต่อโมเดล หรือเล่นเกมจนจบตามที่ต้องการแล้ว

“ว่าไงครับที่รัก วันนี้วันหยุดเราจะทำอะไรกันดี อันที่จริงผมก็จัดตารางให้แล้วนะ เดี๋ยวเราไปออกกำลังกาย แล้วก็ไปร้านอาหารคลีนที่เดิมเนอะ แล้วเดี๋ยวช่วงบ่ายเราไปเยี่ยมคุณพ่อของมี่กัน แล้วก็...” เขาหยุดแล้วเหลือบมองนาฬิกาที่ผนัง “ตอนนี้แปดโมงครึ่งแล้ว ที่รักไปเปลี่ยนชุดเถอะ เดี๋ยวเราจะไปยิมสาย”

“โอเคค่ะ” ประโยคตอบรับมาพร้อมกับเสียงถอนหายใจเบาๆ แล้วร่างอรชรก็ลุกขึ้นมาจากโซฟาที่ตรึงเธอไว้แต่เช้า

“น่ารักมาก” เขาเดินเข้ามาหอมแก้มเธอฟอดใหญ่ แล้วจึงค่อยเดินออกไปจากบ้าน ไปยังบ่อปลาคาร์ปที่แสนจะรักนักรักหนา

มิลินทร์รับคำชมจากสามีด้วยรอยยิ้มที่ไม่ได้มาจากใจ สายตาของคนภายนอกอาจมองว่าเธอกับเขาคือคู่รักไร้ที่ติ แต่ใครจะรู้ว่าความสมบูรณ์แบบนั้น เธอกลับรู้สึกอึดอัดเหมือนคนจะจมน้ำตลอดเวลา และนับวันยิ่งรู้สึกว่าตัวเองเหมือนเด็กน้อยที่ต้องอยู่ในโอวาทของพ่อทูนหัวที่ควบตำแหน่งสามีด้วย นี่ยังไม่นับเรื่องเล็กๆ น้อยๆ อีกมากมาย ถึงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่ แต่ถ้าต้องเจอทุกวัน...มันก็พอจะทำให้กลายเป็นประเด็นได้

----------

ถึงอย่างนั้นมิลินทร์ก็ยังขอบคุณที่โลกนี้มีวันหยุดสุดสัปดาห์สองวัน และวันอาทิตย์นี้ศตวรรษมีงานที่มหาวิทยาลัยพอดี ด้วยอาชีพอาจารย์ของเขาที่บางครั้งต้องไปสัมมนาในวันหยุดบ้าง เธอจึงมีโอกาสได้หายใจหายคออย่างเต็มที่ เพราะไม่ต้องอยู่ในสายตาของเขาตลอดเวลา

มิลินทร์นัดเพื่อนมาที่ร้านกาแฟสุดชิกไม่ไกลจากบ้านตัวเอง นั่นคือแก๊งสามดรุณีเพื่อนรักตั้งแต่ประถม อันประกอบด้วยมิลินทร์ แพรวา และอสมา

“ขอบใจมากเลยนะที่ทำให้ฉันออกมาจากบ้าน” มิลินทร์แทบยกมือท่วมหัวที่ได้มาเจอเพื่อนสักที จนสองคนที่กำลังมองเธออยู่ถึงกับหลุดขำออกมา

“ดูพูดเข้า ทำยังกะโดนล่าม รถมีก็หัดขับออกไปไหนมาไหนบ้างสิจ๊ะแม่คุณ” อสมาอดไม่ได้ที่จะประชดเพื่อนรักผู้แต่งงานเพียงคนเดียวในกลุ่ม

“ง่ายอย่างนั้นก็ดีสิ แต่ฉันขี้เกียจโทร.ไปบอกเต้ อีกอย่างเขาไม่ค่อยอยากให้ฉันออกไปไหนด้วย เขาว่ามันอันตราย”

“จารย์เต้ก็คงเป็นห่วงแกนั่นแหละ นี่ไงวันนี้พวกฉันหยุดแล้ว แกก็ออกมาชิลกับพวกฉันได้ จารย์เต้ไม่ว่าหรอก” แพรวาว่าพลางดูดลาเต้เย็นอย่างสบายอารมณ์ แน่ล่ะ...คนโสดอย่างเธอมีอิสระที่จะไปไหนมาไหนอยู่แล้ว แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เข้าใจคนมีคู่หรอกนะ

คนที่มีสามีได้แต่คนกาแฟเย็นในแก้วพลางถอนหายใจ พอนึกถึงชีวิตคู่ทีไร ต่อมซึมเศร้าเป็นอันต้องทำงานทุกที แล้วตอนนี้มิลินทร์ก็เข้าสู่โหมดล่องลอยอย่างสมบูรณ์จนไม่ได้ยินเสียงเพื่อนคุยด้วย

ขณะที่อสมากับแพรวามองท่าทีของเธอแล้วก็ได้แต่หันมากระซิบกันเบาๆ

“แพร...แกว่ามี่มันดูซึมๆ ไปไหมวะ”

“ฉันก็คิดเหมือนแกว่ะเหมี่ยว” แพรวาก็คิดเช่นเดียวกัน

ทั้งสองมองใบหน้าสวยที่แต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา เน้นเผยผิวอย่างเป็นธรรมชาติ ซึ่งกำลังเหม่อมองไปนอกหน้าต่างด้วยความรู้สึกเป็นห่วงระคนสงสัย แน่ล่ะว่าความสงสัยมีมากกว่า จนกระทั่งมิลินทร์ถอนหายใจแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงปลงตก

“พวกแกว่า...ฉันแต่งงานเร็วไปไหม”

“เพิ่งรู้ตัวเหรอยะ” อสมาตอบทันควัน ส่วนแพรวาก็รีบห้าม

“ไอ้เหมี่ยว! หยุดพูดไปเลย”

“อ้าวก็จริง แกแต่งงานตอนคบกันได้แค่สามสี่เดือน ใครก็มองว่าเร็วทั้งนั้นแหละ” เป็นอีกครั้งที่อสมาบอกอย่างไม่ต้องคิด ถึงเธอจะไม่เคยมีแฟนมาก่อน แต่การที่เห็นเพื่อนแต่งงานกับผู้ชายที่เพิ่งเจอกันได้ไม่กี่เดือนไม่ว่าใครก็ต้องบอกว่าเร็วกันทั้งนั้น

“ก็ฉันท้อง...”

สิ่งที่มิลินทร์ตอบก็ทำให้ทั้งโต๊ะเงียบไปอีกครั้ง

“เออว่ะ โทษที...ฉันไม่ได้ตั้งใจจะจี้ปมแก”

อสมารู้สึกผิดเล็กๆ สิ่งที่ทุกคนอาจลืมแต่คนเจอไม่ลืมแน่ก็คือ การแต่งงานอย่างรวดเร็วของมิลินทร์กับศตวรรษนั้น เกิดจากความพลาดพลั้งที่ทำให้หญิงสาวเกิดท้องขึ้นมา กลายเป็นงานแต่งที่เรียกว่าไม่มีใครตั้งตัว ทว่าหลังจากนั้นไม่นานมิลินทร์ก็แท้งลูก และเรื่องนี้ก็กลายเป็นปมที่ไม่ค่อยมีใครอยากพูดถึงนัก

“เอาเถอะ เรื่องมันผ่านมาแล้ว ที่แกอยู่กับจารย์เต้ได้เกือบสามปี นี่ก็แสดงว่าแกเจอคนที่ใช่แล้วไง” เออีสาวอย่างแพรวารีบเปลี่ยนเรื่อง พยายามให้อีกฝ่ายเห็นถึงข้อดีของการแต่งงาน ทว่าคนที่แต่งงานแล้วกลับดูเหมือนจะไม่เห็นด้วย สังเกตได้จากที่มิลินทร์ทำหน้าห่อเหี่ยวลงไปกว่าเดิม

“แต่ฉันอยากหย่าว่ะ”

คำพูดของเธอทำเอาทุกคนหันขวับมามองเป็นตาเดียว แพรวาที่อยู่ข้างเพื่อนมาตลอดรีบบอกให้มิลินทร์ใจเย็น

“เฮ้ย นี่แกเพิ่งแต่งได้ไม่ถึงสามปีเองนะ จะมานั่งคิดมากอะไรตอนนี้” แล้วคนพูดก็ใช้ศอกกระทุ้งให้อีกคนมาช่วยกันปลอบใจ

“เออใช่ คิดอะไรแบบนั้น”

“ไม่รู้สิ เต้เหมือนผู้ชายที่ดีจนหายาก ไม่มีเรื่องเหล้าเรื่องบุหรี่ แถมยังเอาใจใส่ฉันทุกเรื่อง จะมีก็แต่เรื่องโมเดลนั่นแหละที่น่าหงุดหงิด คนอะไรเหมือนถอดวิญญาณทุกครั้งที่ต่อโมเดล นี่แหละที่น่าเบื่อ” คนพูดรู้สึกหงุดหงิดทุกครั้งที่นึกถึงงานอดิเรกของสามี ซึ่งนับวันจะมีแต่มากขึ้น

“คนเราก็มีงานอดิเรกกันมั่งเปล่าวะ แล้วถ้าตัดเรื่องนี้ไปล่ะ”

“ก็สมบูรณ์แบบเลย จนบางทีก็หวานเกินไปด้วยซ้ำ ฉันว่า...ผัวฉันดีเกินไปว่ะ” มิลินทร์ถอนหายใจออกมาเป็นครั้งที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้ ยิ่งพอนึกถึงความหวานชวนเลี่ยนของสามี เธอยิ่งรู้สึกเหมือนก้อนอะไรสักอย่างจะหลุดออกมาจากคอให้ได้

“เอ้า อินี่...มีผัวดีก็ไม่ชอบ ชอบแบบรักกันเลือดกบปากเงี้ยเหรอ” หลานสาวเจ้าสัวผู้ปากตรงกับใจอย่างอสมาอดไม่ไหวที่จะต่อว่าด้วยความหมั่นไส้

“ไม่ใช่ หมายถึง...ฉันเหมือนมีพ่ออีกคนอะ ไม่ใช่ผัว”

คนเจอปัญหาพยายามอธิบาย ส่วนคนที่ฟังก็ได้แต่หัวเราะกับปัญหาโลกแตกของผัวเมีย

“ผัวแกทำอะไรให้รู้สึกว่าเป็นพ่อ”

มิลินทร์ยกมือขึ้นมาแล้วเริ่มไล่นับไปทีละนิ้ว

“ก็...เช็กตารางประจำเดือน ให้ทำบัญชีรายรับรายจ่ายส่วนตัว ทำคอร์ส ออกกำลังกายประจำวัน จัดตารางชีวิตในแต่ละวัน ทำบัญชีร้านชุดนอนให้ จัดวิตามินให้กินทุกวัน เช็กรถให้ก่อนออกจากบ้าน เตือนให้กินผักเยอะๆ ส่งดอกไม้มาให้วันครบรอบทุกเดือน...”

“ไอ้ที่บอกมาเนี่ยมันอภิชาตผัวเลยนะ”

“ใช่ แล้วส่งดอกไม้นี่ไม่ดีตรงไหนอะ โรแมนติกออก” แพรวาดูดกาแฟที่เหลืออยู่แค่ก้นแก้วเข้าปาก มองหน้าเพื่อนรักอย่างไม่เข้าใจนัก

“ไม่รู้ว่ะ ฉันรู้สึกว่ามันเหมือนเป็นกฎที่ต้องทำ ทุกอย่างต้องเป๊ะ พอฉันทำทุกอย่างตามที่เขาต้องการได้ เต้ก็จะวางใจจนเหมือนฉันไม่มีตัวตน แล้วก็ไปขลุกอยู่กับโมเดลต่อ มันไม่เหมือนคนที่เป็นผัวเมียกันอะ” เธอลองนั่งคิด ไอ้ที่ดีมันก็ดีอยู่หรอก เพียงแต่...มันเป๊ะเกินไปจนน่าอึดอัดนี่สิ

“ปัญหาคือแกหึงโมเดล”

“ไม่ใช่โว้ย ฉันอยากให้เขาสนใจฉันบ้าง แล้วก็ช่วยหย่อนบางเรื่องที่มันทำให้ฉันอึดอัดไปก็ดี”

“หรือว่าเขาไม่ได้รักแกแล้ววะมี่ ที่ทำไปก็ตามหน้าที่ไรงี้”

“ไม่รักเหรอ...ฮึ” มิลินทร์เบ้ปาก เพราะเรื่องนั้นมันเป็นไปไม่ได้ “รักจนฉันหายใจไม่ออกเลยมากกว่า อันนั้นก็ดี อันนี้มี่ก็ทำแล้วน่ารัก ขนาดอาทิตย์ที่แล้วฉันเกือบทำบ้านไฟไหม้ เขายังไม่โกรธเลย ทั้งที่ฉันทำประชดเพราะเขามัวแต่ต่อโมเดลจนลืมเนื้อที่หมักไว้”

“วุ้ย แกนี่น่ารำคาญว่ะมี่ รักก็ดีแล้วไง ยังจะเอาอะไรอีก” เป็นอีกครั้งที่ อสมากักเก็บความหมั่นไส้ไว้ไม่อยู่ ทว่าก็เบาลงเมื่อเห็นว่ามิลินทร์มีท่าทีเศร้าซึมอีกครั้ง

“ก็...” คนพูดทำท่าลังเล “...อย่างเดียวที่เขาไม่ทำคือ เรื่องบนเตียงเนี่ยแหละ”

“อ้าว! ไหงงั้น อายุก็ยังไม่มากเลยแท้ๆ เขาต้องเบื่อแกแล้วแน่ๆ” คนฟังยังรู้สึกว่าแปลกที่สามีอายุแค่สามสิบต้นๆ กลับละเลยเรื่องที่ควรจะมีอย่างปกติตามช่วงวัยไปได้

“ช่างเถอะ ปัญหาพวกนี้ไอ้คนไม่มีผัวอย่างเราคงไม่เข้าใจหรอก” แพรวาพยายามปรามอสมา แล้วมองมิลินทร์ด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ “งั้นแกลองทดสอบดูไหม ว่าเขาเบื่อแกจริงๆ หรือเปล่า”

“ทดสอบยังไง”

“ทำให้เขาหึง”

แพรวาป้องปาก ซึ่งแผนที่คนไม่เคยมีแฟนอย่างอสมาก็เห็นด้วย

“จริง! ถ้าเขาหึง แสดงว่าเขายังไม่เบื่อแก”

จะว่าไปสิ่งที่เพื่อนรักบอกมาก็น่าสน เพียงแต่...มีบางอย่างที่เธอยังรู้สึกไม่แน่ใจนี่สิ

“แต่เต้เป็นพวกสุขุมเรียบร้อยนะ ฉันไม่แน่ใจว่าเขาจะหึงไหม”

“ไหนแกบอกว่าเต้รักแกมาก งั้นเขาก็ต้องหึงสิ”

“ก็ใช่ เต้รักฉันมาก อันนี้ฉันมั่นใจ”

ไอ้ความมั่นใจของมิลินทร์นี่แหละที่ทำให้คนฟังได้แต่มองบน จนเริ่มทนไม่ไหว

“อ๋อเหรอ งั้นเรามาพนันกัน ถ้าเต้ไม่หึงแก กระเป๋าเบอร์กิ้นของแกที่ฉันอยากได้ แกต้องให้ฉัน ตกลงไหมมี่” แพรวาพูดเองเออเองเสร็จสรรพ โดยที่มิลินทร์ยังไม่ได้ตกลงอะไร แต่ว่าตอนนี้ก็กลายเป็นถูกมัดมือชกไปเสียแล้ว

“แหม...เนียนเลยนะไอ้แพร” อสมาเหล่มองแพรวาอย่างรู้ทัน

ส่วนมิลินทร์เองก็ค่อนข้างมั่นใจว่าศตวรรษจะต้องหวงเธอมากแน่ เพียงแต่ไอ้แผนที่เธอคิดอยู่มันค่อนข้างจะสุ่มเสี่ยงระหว่างความหึงหวง กับความร้าวฉานในครอบครัวนี่สิ

แต่เอาเหอะ เธอเริ่มอยากรู้แล้วเหมือนกันว่าสามีจะเป็นยังไงถ้าถูกทำให้หึง

 

 

** หมายเหตุ: นิยายที่ลงในเว็บยังไม่ใช่ฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **

 

 

กลับหน้าหลัก        

Powered by MakeWebEasy.com