ทดลองอ่าน สักวาราตรีนี้...มีแต่เธอ : ตอนที่ 11

 

 

ตอนที่ 11

 

 

“ต้อง ต้อง ไม่ โอไม่...” ปภาณเดินวนไปมา ร่างเปียกโชก ใบหน้าเต็มไปด้วยหยดน้ำเกาะพราว ยกมือปิดปากพร่ำบ่นวนเวียน นัยน์ตาแดงก่ำ

“ยี่สิบแปด ยี่สิบเก้า สามสิบ...” เสียงคิวนับขณะกดหน้าอกหญิงสาวที่นอนนิ่งอยู่ริมตลิ่ง เมื่อครบจำนวนครั้งเขาก็ก้มลงเป่าปากเธอสองครั้ง ก่อนจะรีบกลับมากดหน้าอกเธออีกอย่างต่อเนื่อง

“โธ่! ต้อง” ปภาณยังคงคร่ำครวญ

“โทร.ตามรถพยาบาล โทร.ตามแสนพล เร็วสิวะอย่ามัวแต่ฟูมฟาย!” คิวตะคอกใส่ปภาณอย่างไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม

ปภาณเหมือนตื่นจากภวังค์ ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นติดต่อต่างๆ นานาอย่างรวดเร็ว คนงานพ่อแม่เด็กน้อยมองอย่างเอาใจช่วย พวกเด็กตัวโตต่างตะลึงงันจับกลุ่มยืนตัวสั่น

ไม่นานแสนพลก็วิ่งหน้าตาตื่นมาร่วมให้การช่วยเหลือ รถพยาบาลและกู้ชีพมาอย่างรวดเร็ว ความโกลาหลต่างๆ คลี่คลายลงพร้อมกับเสียงไซเรนที่ค่อยๆ จางลงเมื่อรถขับไกลออกไป

----------

ชายหนุ่มบีบมือทั้งสองข้างของตัวเองแน่น มองมือที่ซีดเพราะสัมผัสน้ำอยู่นาน เขารับรู้ถึงหัวคิ้วที่ขมวดเขม็งเกลียว ริมฝีปากเม้มเข้าหากัน เหลือบตามองป้ายตรงหน้า ‘ไอซียู’

ปภาณที่เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อผ้าแห้งแล้วนั่งลงข้างๆ 

“ตอนผมกระโดดลงไปแล้วควานหาตัวเธอไม่เจอ ผมแทบคลั่ง ดำลงไปก็มองอะไรไม่เห็น” ปภาณเงยหน้าขึ้นมองฝ้าเพดาน คิวยังคงบีบมือตัวเองแน่นๆ แล้วคลาย บีบอีกทำวนไปเหมือนให้ความเครียดไหลมาปลดปล่อยจากการทำให้มือตัวเองเจ็บไปอย่างนั้น

“ดีนะที่...นายมาทัน” เสียงปภาณแผ่วเบา

คิวไร้คำพูด ได้แต่ทอดสายตาไปยังประตูกระจกตรงหน้าที่เป็นฝ้าทึบไม่เห็นอะไร เหมือนในหัวใจของเขาตอนนี้ ทึบทึม สัมผัสริมฝีปากซีดและเย็นของเธอยังติดแน่น ความรู้สึกหวาดกลัวยังเกาะกินใจ เขาเพียงยกมือทั้งสองขึ้นแตะปากตนเอง เท้าแขนลงบนเข่านั่งคู้ตัวไปข้างหน้า

“นายน่าจะไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนนะ” ปภาณแนะ  

“ผมจะรอฟังหมอก่อน” คิวพูดแค่นั้นแล้วเงียบเป็นเป่าสาก เสียง ปภาณไม่เข้าหูอีกต่อไป คล้ายเขาปิดการรับรู้ทุกอย่าง แม้แต่เสื้อผ้าที่เปียกโชกก็ไม่รู้สึก

แสนพลที่ไปจัดการเรื่องเวชระเบียนการเข้านอนโรงพยาบาลเสร็จเดินมาพอดี ยังไม่ทันได้คุยกันนายแพทย์ก็ออกมา เมื่อนั้นคิวจึงลุกพรวดก้าวไปหาบุรุษในชุดกาวน์สีขาวทันที ไม่ได้สนใจปภาณที่มีเสียงโทรศัพท์เรียกเข้าทำให้ชะงักยืนอยู่ที่เดิม เสียงตอบรับแว่วๆ เพียงว่า
“ครับๆ ผมจะรีบไป”

----------

แค่เห็นร่างบอบบางนอนหลับพริ้มบนเตียงพยาบาล มีเพียงน้ำเกลือไร้ซึ่งเครื่องช่วยชีวิตอะไรมากมายก็ให้สบายใจเหลือเกินแล้ว ทันทีที่แพทย์บอกว่าเธอปลอดภัย ได้รับการช่วยเหลือทันท่วงทีเขาก็ดีใจเป็นหนักหนา ต้องตะวันไม่ถึงกับหัวใจหยุดเต้นอย่างที่เขาคิดในนาทีนั้น เธอแค่สลบ เธอกลั้นหายใจอยู่นานมากทำให้น้ำไม่เข้าปอดและเขาก็ดึงตัวเธอขึ้นมาได้ทันเวลา แพทย์เฝ้าดูอาการเธออยู่ไม่กี่ชั่วโมงในห้องไอซียูก็ย้ายคนป่วยขึ้นมาบนห้องพิเศษได้


คิวเดินมายืนข้างเตียง ใบหน้าและผิวแก้มของหญิงสาวขาวเนียนอมชมพูดังเดิม ริมฝีปากมีสีเลือดซับขึ้นมาแล้ว เขาต้องอดกลั้นเป็นอย่างยิ่งเพราะภายในใจเรียกร้องให้สัมผัส อยากรู้นักว่าเธอจะรู้ตัวไหมตอนที่เขาเป่าปากเธอ ชายหนุ่มยิ้ม ยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองอีกหน โชคชะตาช่างเล่นตลกจริงๆ บางครั้งเราก็ไม่สามารถกะเกณฑ์อะไรได้ว่าเรื่องราวเหตุการณ์ต่างๆ จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อไหร่ จะชักนำให้คนสองคนต้องมาพบกันในสภาพไหน แต่เมื่อพบแล้ว ความรู้สึกที่มีเหลืออยู่ หัวใจที่มันร่ำร้องหลงเผลอไผลไปให้กับใครแล้ว เบื้องบนจะรับผิดชอบไหม

เขาเอื้อมมือแตะลงบนหลังมือของเธอแทน กำหลวมๆ หญิงสาวยังหลับสนิทเช่นเดิม

“ขอบคุณ ที่ยังอยู่ด้วยกัน” เขาเอ่ย หวังให้เธอได้ยินไปในความเงียบงัน ในความฝันหากเธอจะคิดถึงกัน

คิวเดินช้าๆ นั่งลงบนโซฟาใกล้ๆ ดึงผ้าห่มสีขาวที่มีโลโก้โรงพยาบาลขึ้นคลุมตัว แม้เขาจะเปลี่ยนเสื้อผ้าสระผมเผ้าแล้วก่อนที่จะเข้ามาเยี่ยมเธออีกครั้ง แต่กลับรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ คงจะมีไข้นิดหน่อย ไม่เป็นไรแค่นี้ไม่คณนาอะไรกับคนอย่างนายคิวหรอก เขาค้นกระเป๋าที่ใครบางคนจัดมาให้ มีพาราอยู่ กินสักสองเม็ดเดี๋ยวก็หาย

----------

“คิว...นายคิว”

เสียงหวานที่เขาได้ยินดังลอยมาไกลๆ เขาฝันดีจังเลย ขนาดรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะไม่สบายก่อนนอน หรือเขาตื่นแล้ว

“นายคิว”

โครม!

เสียงอะไรสักอย่างตกพื้นทำให้เขาสะดุ้งตื่นทันที แล้วก็ต้องพุ่งพรวดไปยังเตียงคนไข้ ประคองต้องตะวันที่นั่งหมิ่นเหม่ ให้ค่อยๆ เอนนอนลงดังเดิม จัดหมอนให้เข้าที่ทางก่อนจะเผลอถามเสียงดุ

“ลุกขึ้นมาทำไมคุณ”

“ก็นายไม่ตื่น”

“อ้าว! งั้นก็เอาอะไรขว้างผมก็ได้” เขาบอกแล้วหยิบขวดน้ำพลาสติกที่หล่นเมื่อสักครู่ขึ้นวางบนโต๊ะข้างเตียงเช่นเดิม

“ก็จะเอาขวดนั่นแหละแต่มันหนัก แค่หยิบก็ตกแล้ว” เธอทำหน้างอ

เขายิ้ม “โอเคครับ ผมผิด ขี้เซาเกินไป”

“แล้วนายมาอยู่นี่ได้ยังไง” เธอมองอย่างงงๆ

“ผมตามรถพยาบาลมากับคุณพล” เขาตอบหน้าตาเฉย

“แล้วอยู่ถึงตอนนี้เนี่ยนะ” เธอมองนาฬิกาบนผนัง บอกเวลาห้าทุ่มกว่า

“ครับ” เขายังคงทำหน้าตาย

“นายนี่พูดไม่รู้เรื่อง”

“ผมไม่ใช่คนจมน้ำนะครับ ผมพูดรู้เรื่อง ผมมากับรถแล้วกลับไม่ถูก คุณพลก็เลยให้ผมรออยู่ในห้องนี้ ดูคุณไปด้วย”

เธอขมวดคิ้วก่อนพยักหน้าช้าๆ “อ้อ เดี๋ยวพี่พลพาป้าทรงมาอยู่เป็นเพื่อนฉันใช่ไหม”

“ไม่ครับ ผมอยู่กับคุณถึงเช้า”

“อะไรนะ”

“ครับ”

“นายคิว!”

ก่อนที่เธอจะหงุดหงิดไปกว่านั้น คิวจึงบอกว่าแสนพลต้องจัดการดูแลอะไรหลายๆ อย่าง ทั้งเรียกคนงานมาอบรมเรื่องความปลอดภัย ไม่อนุญาตให้ปล่อยเด็กๆ มาเองตามลำพังอีก และบอกว่าแสนพลจะมาอีกทีตอนเช้าเลย

“แปลว่า...นายจะอยู่กับฉันทั้งคืน” เธอมองเขาตาโตเลย

“ครับ”

เขายืนยันแล้วต้องถอนใจ เมื่อเห็นใบหน้าแสดงความกังวลของเธอ “ถ้าคุณไม่สบายใจ ผมจะไปนั่งหน้าห้อง แต่มีอะไรคุณตะโกนเรียกได้”

“ไม่ใช่อย่างนั้น ฉันแค่...ไม่ชินที่มีผู้ชายมาอยู่ด้วยอย่างนี้”

“ผมต้องขอโทษแทนคุณพลด้วย ที่อุทยานเราไม่มีเจ้าหน้าที่ผู้หญิงมากนัก เอาใครมาก็...” เขาหยุดนิ่ง

“ทำไมเหรอ” เธอถาม

เขาหันไปลากเก้าอี้มานั่งลงข้างๆ เตียง “ผมไม่ไว้ใจใคร ถ้าคุณไม่รังเกียจ ผมขอเฝ้าคุณเองแล้วกัน”

แก้มเธอแดงขึ้น อย่างน้อยสีหน้าดูเขินมากกว่าไม่พอใจ เขาเขยิบไปใกล้ขึ้น “คุณเป็นยังไงบ้าง”

“ปวดๆ ตัวนิดหน่อย เจ็บแถวๆ แขน” เธอมองแขนตัวเองทั้งสองข้าง “แต่ไม่เห็นมีแผลนะ”

“กล้ามเนื้อคงล้าตอนที่คุณอุ้มเด็ก”

“จริงสิ แล้วเด็กเป็นไงบ้าง” เธอตาโต

“ปลอดภัยดี คุณพลให้มาตรวจกับหมอเด็กเรียบร้อยแล้ว”

ได้ยินอย่างนั้นเธอก็ทำท่าโล่งใจ

“พ่อแม่เด็กฝากขอบคุณคุณมาก ยังเป็นห่วงว่าคุณเป็นยังไงบ้าง”

ต้องตะวันยิ้ม แม้เป็นยิ้มที่ยังอ่อนแรงก็ทำให้โลกของเขาสดใสยิ่งนัก

“เด็กไม่เป็นไรฉันก็ดีใจที่สุดแล้ว” เธอพูด

“แต่ถ้าคุณเป็นอะไรผมรับไม่ได้!” เขาเสียงแข็ง เลื่อนมือไปกุมมือเธอแม้จะหวั่นว่าหญิงสาวอาจจะชักมือออก

“ขอบคุณที่ให้ผมจับมือคุณ และขอโทษที่จับมือ ผมแค่...อยากแน่ใจว่าคุณยังอยู่ตรงนี้” เขาเอ่ยเมื่อเธอปล่อยมือไว้ในอุ้งมือของเขานิ่ง

ต้องตะวันผ่อนลมหายใจ สีหน้าหม่น “ตอนนั้นฉันคิดว่าจะตายจริงๆ แล้วนะ มัน...หายใจไม่ออก อึดอัด”

เขาเผลอกำมือเธอแน่น

“ฉันเห็นแม่ แม่ที่อยู่บนสวรรค์นานมากแล้ว แม่มารับฉัน”

“ไม่! ผมยังไม่ให้คุณไปไหนทั้งนั้น ต้องตะวัน”

เธอจ้องตาเขา สีหน้าแปลกไป

“ผมหมายถึง คุณยังอายุน้อยเกินไปที่จะ...ที่จะจากโลกนี้ไป และ...ไม่ใช่ที่นี่ ไม่ใช่เพราะอุทยานนี้ที่เอาชีวิตคุณไป ผมยอมไม่ได้...” เขาไม่รู้ตัวเลยว่าเสียงสั่นไหวแค่ไหน

“คิว ฉันไม่ได้ว่าอะไรอุทยานนิลปัทม์เลยนะ เรื่องทั้งหมดนี้มันคืออุบัติเหตุ ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น”

“ไม่! ผมไม่ยอมสูญเสียใครไปอีกแล้ว” ตัวเขาสั่นสะท้าน ในหัวสมองเหมือนได้ยินเสียงรถยนต์เบรก เสียงปืน ที่ปกติเขาจะได้ยินในฝัน แต่เวลานี้เขากลับได้ยินมันดังก้องขึ้นมาอีก เขาหลับตาลงหยุดความสับสน

“นายคิว นายโอเคหรือเปล่า” เธอยกมืออีกข้างขึ้นกุมมือเขา ไล้หลังมืออย่างแผ่วเบา “ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้ว ไม่มีใครเป็นอะไร นาย...นายช่วยฉันเองไม่ใช่เหรอ”

เขาพยายามทำสมาธิ กำหนดลมหายใจที่มันรัวเร็ว บังคับตัวเองให้หายใจช้าลง ก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองเธออีกครั้ง

“คุณดีนก็ช่วย” เขาพูด ดวงตาหวานที่มองมาอย่างค้นหาทำให้ชายหนุ่มใจสั่นอย่างไม่เคยเป็น

“แต่ฉันคลับคล้ายคลับคลาว่าพี่ดีนไม่ใช่คนที่ดึงฉันขึ้นมา แล้วเหมือนใครบางคน...” เธอไม่พูด หากเม้มปากตัวเองไปมา ก่อนยกมือหนึ่งขึ้นแตะ

เขาโน้มตัวเข้าใกล้เธอ “เหมือนอะไร”

เธอจ้องตาเขา ปลายจมูกเขากับเธออยู่แค่คืบ ลมหายใจรดกัน

“เหมือนใครสัมผัส เอ่อ อย่างที่ฉันเคยรู้สึกตอนนั้น... บอกไม่ถูก เหมือน...” เธอลูบริมฝีปากตนเองเบาๆ

เขาดึงมือเธอออกมากุมไว้ ก้มลงกระซิบ “เหมือนอย่างนี้ใช่ไหม”

คิวประกบริมฝีปากตนเองลงบนริมฝีปากบางดังกลีบบัวอันอ่อนละมุนของเธอ เหมือนหลายๆ ครั้งที่เขาทำมา แต่ครานี้ไม่ใช่เพื่อต่อลมหายใจ หากเพื่อต่อสายสัมพันธ์ของหัวใจสองดวง...

 

 

** หมายเหตุ: นิยายที่ลงในเว็บยังไม่ใช่ฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **

 

 

กลับหน้าหลัก        

Powered by MakeWebEasy.com