ทดลองอ่าน บังบด : ตอนที่ 17

 

 

ตอนที่ 17

 

 

ระยะทางจากบ้านของอินถวาไปโรงพยาบาลประจำจังหวัดไกลไม่น้อย อาการของพระรูปนั้นค่อนข้างหนัก โรงพยาบาลดงขมิ้นจึงต้องรีบส่งตัวมาผ่าตัดด่วนที่ตัวจังหวัด เมื่อทั้งสองคนไปถึงก็พบว่ามีญาติโยมมารอเยี่ยมพระอยู่ไม่น้อย

“คนเยอะจริงหัวหน้า ไอ้ยอดชายทำงานกับคนดงขมิ้นมาจนลงหลักปักฐานเกือบยี่สิบปีแล้ว ถ้าโดนแทงบ้างจะมีใครมาเยี่ยมไหมนะ”

“อายอดให้อะไรเขาบ้างล่ะ นอกจากจับเข้าคุกเข้าตะราง ไล่ล่าป่าราบเวลาเขาขึ้นไปตัดไม้ พิทักษ์ป่าอย่างเราอย่าว่าแต่มาเยี่ยมเลย ชาวบ้านเขาจะแช่งให้ตายเร็วละไม่ว่า”

“เออ...นั่นน่ะสินะ” ยอดชายระบายลมหายใจเบาๆ อย่างปลงตก อาชีพผู้พิทักษ์ป่าอย่างตนกับหัวหน้าต้องงัดข้อกับชาวบ้านบ่อยครั้ง ยากที่จะญาติดีกันได้จริงๆ

นั่นปะไรยายแสงแม่ของไอ้สุด ลูกชายยังติดคุกคดีลักลอบตัดไม้ในเขตอุทยานแห่งชาติ แถมยังมีเลื่อยยนต์และยาเสพติดอีกเพียบ ถึงโทษติดคุกเพียงปีเดียวแต่ความเกลียดชังของคนเป็นแม่ยังไม่จางลงไปจากดวงตาของนาง ในวันแรกที่ส่งลูกชายเข้าคุก

“มาแล้วโว้ย มาแล้วพวกเรา พวกไล่ที่หลวงพ่อ พวกเจ้านายใหญ่นี่จิตใจทำด้วยอะไรนะ ลองได้สวมเครื่องแบบล่ะเป็นเบ่ง เบียดเบียนคนยากคนจนไปทั่ว ชาวบ้านจะมีที่พึ่งหน่อยก็มาหาเรื่อง”

“ยายแสง พูดจาอะไรระวังบ้างนะ เดี๋ยวจะโดนข้อหาหมิ่นประมาทเจ้าพนักงาน”

“อ๊ะ เอาสิวะ อย่าดีแต่ขู่ จับพ่อมันไปแล้วก็จับย่าไปขังอีกคน หลานข้าจะได้อดข้าวตายอยู่นอกคุกนี่” ยายแสงท้าเหยงๆ ชาวบ้านเริ่มรุมเข้ามามุง

“เข้าไปข้างในกันเถอะ” รุกข์เดินนำยอดชายฝ่ากลุ่มชาวบ้านเข้าไปด้านใน เขาพบตำรวจสามนายจากสถานีตำรวจภูธรดงขมิ้นจึงได้เดินเข้าไปพูดคุย

“หัวหน้ารุกข์”

“เป็นอย่างไรบ้างครับจ่า”

“หนักเอาการครับ หมอผ่าตัดไปร่วมสองชั่วโมงแล้วยังไม่ออกมา มัคนายกหน่องบอกว่าท่านโดนแทงฟุบอยู่ในกุฏิ จนค่อนรุ่งแกจะไปปลุกท่านลงมาบิณฑบาตจึงได้ไปพบเข้า”

“ยังดีนาที่รอดมาได้”

“ใช่แล้วพี่ยอด”

“พอจะรู้ไหมครับว่าฝีมือใคร”

“บาปกรรมแท้ๆ คนแทงก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับเป็นพระหนุ่มลูกวัดแกเอง พระเก่งที่คอยรับใช้ใกล้ชิดท่านนั่นละ”

“อ้าว ผมนึกว่าเป็นพวกขี้ยาที่เจ้ามือหวยจ้างมาเสียอีก” ยอดชายเอ่ย เหลียวมองไปรอบๆ จึงได้เห็นว่าที่ม้านั่งห่างออกไปมีพระหนุ่มอีกรูปหนึ่งกับมัคนายกหน่องนั่งอยู่

“ใช่พี่ แรกๆ พวกผมก็คิดอย่างนั้น แต่พระเชษท่านยืนยันว่าเห็นพระเก่งแทงหลวงพ่อจริง แล้วตอนนี้ก็หายตัวไปแล้วครับ”

“นุ่งผ้าเหลืองแท้ๆ ไม่น่าเลย” ยอดชายส่ายหน้า

“มีใครตามตัวพระรูปนั้นได้หรือยังครับ”

“หลบหนีไปแล้วครับหัวหน้ารุกข์ เจ้าหน้าที่เราติดตามไปตั้งแต่เช้าแต่ยังไม่ได้วี่แววเลย ยังกับหายเข้ากลีบเมฆ อาวุธก่อเหตุก็หายไปด้วย ไม่รู้ว่าผู้ต้องสงสัยพกอาวุธอื่นด้วยหรือเปล่า”

“อันตราย ชาวบ้านอาจไม่รู้แล้วหลงเข้ามาช่วยพาหนีเพราะเห็นนุ่งผ้าเหลือง” ยอดชายเอ่ย สีหน้าของตำรวจเคร่งขรึมขึ้น

“ผมจะเอากำลังพิทักษ์ป่าช่วยออกติดตามค้นหาบนผาพยับเมฆเองครับ อายอดกลับไปส่งผมที่อุทยานฯ ที”

“ผมไปด้วยครับหัวหน้า”

“ผมจะเอาแค่คมคายกับอิสระไป จะได้คล่องตัว ฝากอาดูแลที่อุทยานฯ แล้วก็ไปส่งผมก็พอแล้วครับ”

----------

ค่ำวันเดียวกันนั้น ขณะที่รุกข์ คมคาย และอิสระรอนแรมแกะรอยพระเก่งผู้ต้องสงสัยทำร้ายร่างกายภิกษุร่วมสำนักสงฆ์ปางตาย อินถวากับพ่อก็ได้ต้อนรับอายอดชายที่มาเยี่ยมเยือนยามเย็น ทั้งสามปลีกตัวไปนั่งสนทนากันอยู่ที่เรือนน้อยส่วนที่ต่อเติมให้อินถวาเพื่อหลีกเลี่ยงเสียงเอะอะจากหลานสาวหลานชายวัยซนของพ่อเปรม

“ฝนพรำๆ แบบนี้เป็นไข้ง่าย จิบชาคาโมมายล์เสียหน่อยนะคะอายอด”

“อืม หอมดีจริง ขอบใจนะหนูอิน”

“ค่ะ รับน้ำผึ้งหรือมะนาวสักซีกไหมคะ”

“ไม่ละ นี่ก็หอมติดปากติดลิ้นกำลังดีแล้ว แหม...มีลูกสาวคอยดูแลเอาใจใส่แบบนี้สินะพี่เปรมถึงได้แข็งแรงขึ้นทุกวัน”

“รู้สึกว่าดีขึ้นจริงๆ แต่ไม่รู้ว่าแม่เขาจะใจดีให้ยายหนูอยู่ดูแลพ่อไปอีกนานเท่าไร”

“ก็จนกว่าพ่อจะหายดีหรือไม่ก็เบื่อลูกแล้วน่ะสิคะ”

“จริงหรือลูก ขอบใจนะลูกพ่อ” มือแห้งเหี่ยวลูบผมยาวสลวยของลูกสาว อินถวาสวมผ้าซิ่นสีหมากสุกและเสื้อสีขาวนวลๆ หล่อนดูสว่างไสวในแสงอุ่นของโคมไฟประดับสวน

“นี่แน่ะหนูอิน อาขอถามหน่อยเถอะ นึกยังไงถึงได้เอาหมากพลูบูชาไปที่โค้งอีเกสร นี่ดีนะที่หัวหน้ารุกข์เป็นคนขับ ถ้าเป็นคนอื่นคงชนหนูแน่”

“ค่ะ... แต่ก็เป็นหัวหน้ารุกข์นั่นแหละค่ะที่ทำให้อินต้องเอาของไปที่นั่น”

“อ้าว”

“ก็เขาทำให้อินรู้สึกว่าสองแม่ลูกนั่นอยู่ที่นั่นจริง อินหมายความว่าท่าทางของหัวหน้าทำให้อินเชื่อว่าต้องมีอะไร แล้วพ่อก็บอกเรื่องแม่เกสรกับลูกสาว อินก็เลยคิดจะทำบุญไปให้พวกเขาเท่านั้นเองค่ะ”

“แล้วทำไมหนูไปยืนกลางถนนที่ทางโค้งนั้นล่ะ”

“อิน...กำลังจะข้ามถนนค่ะ แต่อยู่ดีๆ ใจมันเกิดลังเลขึ้นมา อินเองยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงได้เกิดอยากจะหยุดเดินแล้วหันกลับไปดู อยากแน่ใจว่าตัวเองไม่ได้บ้าคิดไปเอง ปกติอินไม่ใช่คนลังเลนะคะ”

สองผู้อาวุโสสบตากันด้วยความกังวล

“อาว่าเรื่องที่หัวหน้าติดรถหนูขึ้นไปอุทยานฯ ก็คงไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกกระมัง อาทำงานกับหัวหน้ารุกข์มานาน ถึงจะอายุยังน้อยแต่อาก็ได้เห็นฝีมือในเรื่องพวกนี้ของหัวหน้ามามาก ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ หัวหน้าแกเป็นประเภทถึงลูกถึงคน เข้าป่าทีป่าแตก”

“ฝีมือฉกาจเหมือนพรานเสนีพ่อของเขาสินะ”

“ใช่พี่ เสียดายที่พรานแกหายตัวไป”

“หายตัวไปหรือคะ”

“ใช่แล้วลูก พรานเสนีพ่อของหัวหน้ารุกข์หายตัวไปในป่ากว่ายี่สิบปีแล้ว ตอนนั้นพ่อเองก็เพิ่งมารับราชการใหม่ อุทยานแห่งชาติผาพยับเมฆเพิ่งก่อตั้งได้ไม่กี่ปี ช่วงนั้นมีเรื่องมากเพราะก่อนหน้านั้นมีการอพยพชาวบ้านลงมาอยู่พื้นราบกันหลายหมู่บ้าน บริเวณอ่างเก็บน้ำนั่นคือบ้านเก่า ใต้น้ำมีทั้งวัดวาอารามและบ้านเรือนที่จมอยู่ใต้ก้นอ่าง”

“จริงหรือคะ บนผาพยับเมฆเคยมีหมู่บ้านหรือ”

“เรียกได้ว่าเป็นชุมชนใหญ่เลยทีเดียวล่ะหนูอิน เดิมอาก็เคยอยู่บนบ้านผาผึ้งบนเขานั่น เดี๋ยวนี้เวลาไปป่ายังเห็นซากทับวัวทับควายของชาวบ้านเดิมอยู่ แต่ตอนนี้ป่ากับน้ำก็กลืนมันไปจนเกือบหมดแล้วล่ะ” ยอดชายผู้เป็นคนในพื้นที่เอ่ย ก่อนจะยกชาที่เริ่มเย็นชืดขึ้นจิบ

“นี่อายอดเคยอยู่บนผาพยับเมฆเหรอคะเนี่ย” อินถวาเบิกตากว้าง ยอดชายพยักหน้า

“ก็ก่อนที่ทางการจะทำการพัฒนาเพื่อปราบปรามขบวนการปลดแอกประชาชนสมัยนั้นน่ะ”

“อินเคยอ่านหนังสือเรื่องพื้นที่สีชมพู เป็นผาพยับเมฆนี่เองใช่ไหมคะ”

“ใช่แล้วลูก และมีพื้นที่หลายจังหวัดด้วยกัน ช่วงนั้นการต่อสู้ดุเดือดน่าดู”

“พ่อคงลำบากมากใช่ไหมคะ สมัยเป็นเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่า”

“ก็...เกือบแย่ไปหลายครั้งเหมือนกัน” นายเปรมพูดเสียงต่ำ ความคิดจมหายไปในอดีตเมื่อวัยหนุ่ม “พ่อเป็นคนนอกพื้นที่ เวลาเดินป่าเลยลำบากพลาดไปหลายครั้งเหมือนกัน”

“พ่อของหนูเป็นคนดีผีคุ้มน่ะหนูอิน หลงไปในป่าตั้งหลายหนยังรอดออกมาได้ แถมไม่เป็นอะไรอีกต่างหาก”

“ไม่มีผีที่ไหนหรอกยอด คนเรานี่ล่ะ”

“คนบนเขาช่วยพ่อไว้เหรอคะ”

เปรมเพียงพยักหน้า แต่หลบตาลูกสาวพลางกระแอมในลำคอแล้วเสยกแก้วชาขึ้นจิบก่อนเปลี่ยนเรื่อง

“ทีหลังมีอะไรหนูก็ต้องเชื่อฟังหัวหน้ากับอายอดนะลูก ผาพยับเมฆเป็นป่าใหญ่ มีอะไรมากมายที่เราไม่อาจล่วงรู้ได้ พ่อเป็นห่วง”

“ค่ะ” อินถวารับคำเสียงเบา

เฮ้อ แต่จะให้เชื่อฟังหัวหน้าจอมเผด็จการไปเสียทุกอย่างเชียวหรือ แม้กระทั่งคำแนะนำประหลาดๆ อย่างเรื่องการทำบุญทำทานหรือการเชื่อหรือไม่เชื่ออะไร หล่อนก็ต้องฟังเขาอย่างนั้นหรือ

พ่อกับอายอดไม่คิดว่ามันจะเป็นการเผด็จการไปหน่อยหรือยังไงนะ

“หัวหน้ารุกข์น่ะแกเข้มงวดไปอย่างนั้นเอง ยิ่งเรื่องงานแกยิ่งเอาจริงเอาจัง แก่ๆ อย่างอาถ้าทำผิดก็โดนเหมือนกัน”

บทสนทนาที่บ้านอดีตนายช่างเปรมดำเนินไปเรื่อยๆ ในขณะที่บนยอดเขาสูง สามพิทักษ์ป่าหนุ่มเหยียบย่างลึกเข้าไปในป่าหนาทึบมากขึ้นทุกที

“ฮัดเช้ย!”

“เบาๆ หัวหน้า ถ้าพระมือมีดอยู่แถวนี้เดี๋ยวรู้ตัวหมด จามแบบนี้สาวที่ไหนนินทาหรือเปล่านี่”

“สาวบ้าอะไร เดินต่อไป!” เสียงเข้มคำรามใส่ คมคายหดคอหันมากระซิบกับอิสระ

“หัวหน้านี่ยังไงนะไอ้อิส พูดถึงสาวทีไรฮึ่มฮั่มทุกที หรือว่าจะไม่ชอบสาว”

“เดินๆ ไปเถอะน่าพี่คม ปั๊ดเดี๋ยวนายก็ถีบตกเขาหรอก”

“เออ!”

 

 

** หมายเหตุ: นิยายที่ลงในเว็บยังไม่ใช่ฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **

 

 

กลับหน้าหลัก        

Powered by MakeWebEasy.com