ทดลองอ่าน ร้อยแปดวิธีสามีตีจาก : ตอนที่ 11

 

 

ตอนที่ 11

 

 

ทุกแผนการย่อมต้องมีการลงทุนเสมอ และงานนี้เรียกได้ว่ามิลินทร์ทุ่มสุดตัว ยิ่งพอได้เห็นโอกาสทองซึ่งจะทำให้ศตวรรษรู้สึกอึดอัดมากที่สุด จากการที่ถูกภรรยาตามเฝ้าตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง เธอจึงได้ตัดสินใจเซ้งร้านกาแฟใต้ตึกคณะของเขาในทันที โดยใช้เงินมรดกล่วงหน้าจากพ่อผู้ตามใจลูกสาวทุกอย่าง

และด้วยแรงหนุนจากเพื่อน และเงินทุนที่มี มิลินทร์จึงได้เนรมิตร้านกาแฟของตัวเองขึ้นมาอย่างรวดเร็วราวกับดีดนิ้ว

จากร้านกาแฟที่ดูเรียบๆ ในทีแรก ได้รับการรีโนเวตอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้กลายเป็นร้านกาแฟที่ตกแต่งภายในด้วยสีสันฉูดฉาด แม้จะยังมีข้าวของวางระเกะระกะไม่เป็นระเบียบ แต่กลับมีเสน่ห์ดึงดูดนักศึกษาที่ผ่านไปมาได้ดี ขณะเดียวกันเจ้าของร้านก็กำลังยืนเท้าเอวมองผลงานตัวเองด้วยรอยยิ้มกริ่ม

“ไม่อยากเชื่อเลยว่าแกจะเอาจริงถึงขั้นนี้ ว่าแต่อาจารย์เต้ไม่สงสัยเหรอวะที่จู่ๆ เมียตัวเองก็อยากมาเปิดร้านกาแฟในที่ทำงานผัวแบบเร่งด่วนเนี่ย” แพรวาที่ใช้เวลาพักเที่ยงแอบมาดูกิจการใหม่ของเพื่อนอดไม่ได้ที่จะวิจารณ์ เธอไม่อยากเชื่อว่าเพียงเพราะอยากหย่า มิลินทร์จะลงทุนถึงขั้นนี้

“ไม่หรอก เขาแทบไม่ถามอะไรฉันเลยด้วยซ้ำ แต่ก็ดี ถ้ายิ่งเขาสงสัย ฉันก็จะได้ปั่นหัวเขาง่ายขึ้น” เธอคิดเข้าข้างตัวเอง

“แล้วนี่แกใช้เงินส่วนไหนลงทุนวะ เงินอาจารย์เต้เหรอ”

คนถามยังคงสงสัย มิลินทร์ยกมือขึ้นส่ายนิ้วชี้ช้าๆ ไปมา

“โนจ้ะ ฉันใช้เงินพ่อ แค่ขอเบิกเงินมรดกล่วงหน้า ในฐานะทายาทเพียงหนึ่งเดียวตามกฎหมาย พ่อก็ว่าอะไรไม่ได้แล้ว”

“แกนี่มันจริงๆ เลยนะมี่ เป็นพ่อฉันคงเขกกบาลไปแล้ว” แพรวาถอนใจกับความคิดเพื่อน เพราะหากเป็นเธอคงไม่ง่ายแบบนี้แน่ “แล้วนี่คิดจะทำอะไรต่อไปล่ะ ไหนจะแบรนด์ชุดนอนของแกอีก จะเอาเวลาที่ไหนมาดูแลร้านกาแฟวะ”

“จะยากอะไร ปกติชุดนอนฉันก็ขายแต่ออนไลน์ แถมมีน้องแอดมินดูแลตั้งสองคน คนดูแลสต๊อกก็มีพร้อม ฉันแทบไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ” เป็นอีกครั้งที่มิลินทร์ไม่รู้สึกทุกข์ร้อนใจแต่อย่างใด เพราะเธอจ้างคนมาดูแลทุกอย่างอย่างเป็นระบบ ชนิดที่ว่านอกจากออกแบบกับเลือกเนื้อผ้าเองแล้ว เธอแทบไม่ต้องทำอะไรเองด้วยซ้ำ

คนฟังได้แต่พยักหน้า ก็อย่างที่เห็นว่าเพื่อนเธอไม่ได้เดือดร้อนเรื่องเงินเลยสักนิด อย่างเดียวที่ต้องการในตอนนี้คือหย่ากับสามีเท่านั้น และนั่นก็มากพอที่จะทำให้มิลินทร์ยอมทุ่มสุดตัว

“แล้วแกว่าจะได้ผลเหรอ ไอ้แผนตามติดผัวให้รำคาญจนต้องขอหย่าเนี่ย”

“แน่นอน มันต้องเวิร์กกว่าแผนสอดแนมคราวก่อนแน่ ถ้าฉันเปิดร้านที่นี่ ฉันก็จะเข้าไปเจ้ากี้เจ้าการชีวิตเขาได้ง่ายขึ้น คิดดูสิ เจอหน้าเมียยี่สิบสี่ชั่วโมง แถมยังถูกจู้จี้ทั้งวัน ใครมันจะทนไหว”

“เอาจริงฉันก็แอบสงสารจารย์เต้หน่อยๆ แล้วว่ะ”

ถึงเพื่อนจะบอกว่าสงสารสามีของเธอ ทว่ามิลินทร์รู้ดีว่ายังไงก็ไม่น่าสงสารเท่าเธอที่ต้องถูกสามีควบคุมมานานขนาดนี้หรอก แต่คราวนี้เธอนี่แหละที่จะเป็นฝ่ายควบคุมเขาดูบ้าง อยากรู้นักว่าการได้เห็นเมียตัวเองวนเวียนอยู่ใกล้ตัวทั้งวันทั้งคืนแบบนี้ ผู้ชายอย่างศตวรรษจะทนได้สักแค่ไหน

----------

ในขณะที่มิลินทร์กำลังภูมิใจกับร้านกาแฟของตัวเองอยู่นั้น ศตวรรษก็สอนคาบเช้าเสร็จพอดี จึงตั้งใจว่าจะไปดูความคืบหน้าร้านกาแฟของภรรยาสักหน่อย ถึงจะขัดใจเล็กๆ ที่เธอไม่ปรึกษาเขาสักคำเลยก็ตาม แต่ทว่าเท่าที่เห็นด้วยตาตอนนี้ การที่มีนักศึกษามาสนใจแวะดูกันมากมาย ก็ถือว่าประสบความสำเร็จในแง่การดึงดูดลูกค้าได้อยู่

ร่างสูงเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าร้าน ภายในร้านกำลังตกแต่งกันอย่างขะมักเขม้น ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วราวเนรมิต เพียงแค่มิลินทร์ใช้เงินแก้ปัญหาเท่านั้น และนั่นเป็นเรื่องที่เขาไม่ค่อยเห็นด้วยเลย

ด้านในร้านนั้น ภรรยาของเขากำลังยืนเท้าเอว พลางส่งยิ้มกว้างมาทางเขาอย่างมั่นใจ และพอเขาเดินเข้าไปหา เธอก็ส่งยิ้มหวานกว่าเดิม

“เต้! สอนเสร็จแล้วเหรอคะ” เธอเดินเข้ามากอดแขนเขาไว้ ไม่สนใจสายตาของแพรวาที่มองมาอย่างหมั่นไส้ “เป็นยังไงบ้างคะร้านกาแฟของมี่ อาทิตย์หน้าก็เปิดได้แล้วนะ คราวนี้มี่ก็จะได้อยู่ใกล้เต้ทุกวันเลย ดีไหมคะ”

พูดจบเธอก็ยักคิ้วให้เพื่อนรักที่กำลังยืนเบ้ปาก ส่วนศตวรรษยังคงท่าทีสงบนิ่ง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังรู้สึกว่านี่มันเป็นการกระทำที่ออกจะเอาแต่ใจเกินไปหน่อย ไม่รู้ว่าเพราะอะไรภรรยาของเขาถึงได้ทำตามใจตัวเองเช่นนี้ แต่ศตวรรษก็ยังคงไม่คิดขัด

“เร็วทันใจดีนะครับที่รัก”

“ใช่ไหมล่ะคะ เนี่ยมี่ออกแบบทุกอย่างเลยนะ” เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ ด้วยความพึงพอใจ และนั่นมันก็ทำให้ศตวรรษอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้กับกิจการที่ไม่มีการวางแผนมาก่อน

“แล้วเรื่องแผนธุรกิจล่ะ มี่ลองคิดไว้แล้วหรือยัง”

“เต้อะ คิดอะไรน่าปวดหัวอีกแล้ว มี่แค่เปิดร้านขำๆ เอง ไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ”

เขาพยายามมองร้านกาแฟขำๆ ของเธอพลางถอนหายใจ ถึงแม้ไม่ใช่เงินตัวเองแต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่านี่มันมากไป ทั้งการตกแต่งที่ลงทุนไปไม่ใช่น้อย แถมยังอุปกรณ์ในร้านที่เรียกได้ว่าทุกอย่างล้วนเป็นของใหม่ทั้งหมด ไม่มีการใช้ของจากร้านเดิมเลยแม้แต่ชิ้นเดียว

ศตวรรษหารู้ไม่ว่าในเวลาเดียวกันนั้น ฝ่ายภรรยากำลังนึกถูกใจกับอาการไม่พอใจแต่ยังคงเก็บไว้ของเขา และเชื่อว่าจนถึงตอนนี้ศตวรรษเองก็ยังไม่คาดฝันว่าการที่เธอเซ้งร้านกาแฟอย่างรวดเร็วเช่นนี้ มันจะนำมาซึ่งการบุกรุกพื้นที่ส่วนตัวของเขาเองมากขึ้นไปอีกทุกขณะ

----------

และแล้วร้านกาแฟของมิลินทร์ก็เปิดให้บริการในที่สุด หญิงสาวเริ่มปฏิบัติการเป็นเมียน่ารำคาญอย่างเต็มรูปแบบ นับตั้งแต่วันที่ร้านกาแฟเปิดทุกวันนี้กลายเป็นว่าศตวรรษต้องขับรถไปรับไปส่งภรรยาที่ร้านทุกเช้าเย็น ระหว่างวันเธอก็จะหาเรื่องให้เขาต้องมาที่ร้านกาแฟ จะออกไปได้ก็ต่อเมื่อมีคาบสอนเท่านั้น

ซึ่งเธอเชื่อว่า วิธีการแบบนี้แหละ จะทำให้วันหนึ่งศตวรรษต้องทนไม่ไหว เพราะนอกจากเขาจะไม่สามารถควบคุมความคิดเธอได้อย่างเมื่อก่อนแล้ว ยังต้องมาเจอหน้ากันตลอดเวลาแบบนี้ ไม่นานก็ต้องโวยออกมาแล้วปล่อยเธอไปในที่สุด

แน่นอนว่าปฏิบัติการนี้ไม่ได้จบแค่ร้านกาแฟ เพราะเธอจะต้องยกระดับให้มากขึ้นด้วย...

วันหนึ่งที่ศตวรรษกลับมาจากทำงานพร้อมกับเธอนั้นเอง หลังจากที่เขาให้ความสนใจอยู่กับบ่อปลาคาร์ปพักใหญ่ รวมถึงเตรียมอาหารเย็น ซึ่งเป็นหน้าที่เดียวในบ้านที่เขาจะไม่มีวันให้เธอทำเด็ดขาด พอหลังจากทำทุกอย่างให้เรียบร้อยแล้ว เขาก็เดินมาตามเธอ

ทีแรกเขาคิดว่ามิลินทร์จะอยู่ในสตูดิโอทำงาน หากทว่าวันนี้เขาเห็นเธอนอนเล่นอยู่บนโซฟา ไม่พอบนโต๊ะกลางห้องที่ควรจะสะอาดเป็นระเบียบ กลับเต็มไปด้วยซองขนมขบเคี้ยวที่กินแล้ววางทิ้งไว้เกลื่อน ขวดน้ำเปล่าเปิดฝาอยู่กลางโต๊ะ แถมยังไม่มีจานรอง ทำให้มีน้ำกองอยู่ที่พื้นโต๊ะ รวมถึงหุ่นยนต์ดูดฝุ่นที่ควรจะทำหน้าที่ของตัวเอง กลับกลายเป็นวางอยู่แน่นิ่งกับแท่นชาร์จในสภาพแบตหมด เพราะมีใครบางคนดึงปลั๊กออก

คิ้วเข้มขมวดมุ่นมองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างไม่เชื่อสายตา ไม่เข้าใจว่าทำไมทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ก่อนจะมองไปที่ภรรยาตัวเองซึ่งกำลังดูซีรีส์อยู่บนโซฟา พร้อมกับเสียงหัวเราะคิกคัก

“ที่รัก ช่วยเก็บของพวกนี้หน่อยได้ไหมครับ” เสียงถอนหายใจตามมาหลังจบประโยค นึกว่าจะทำให้เธอตกใจ ที่ไหนได้มิลินทร์กลับหันมามองเขาและส่งยิ้มหวานให้เสียอย่างนั้น

“แป๊บนะคะเต้ ขอมี่พักสักหน่อยก่อน วันนี้ที่ร้านกาแฟคนเยอะทั้งวัน กลับมาก็ต้องรีบส่งแบบให้โรงงาน เหนื่อยมากเลยค่ะ” เธอพูดทั้งๆ ที่สายตายังอยู่ที่จอโทรทัศน์ พร้อมกับเสียงหัวเราะอย่างถูกอกถูกใจ

โอเค...ในเมื่อเมียบอกว่าเหนื่อย ก็คงต้องเป็นหน้าที่ของพ่อบ้านอย่างเขานั่นแหละ ศตวรรษเดินไปหยิบถุงดำก่อนจะไล่เก็บขยะที่มิลินทร์ทำไว้อย่างเงียบๆ จะมีก็แต่เสียงถอนหายใจที่ระบายออกมาเป็นระยะ

ส่วนตัวต้นเรื่องตอนนี้กลับมองสามีตัวเอง พร้อมกับรอยยิ้มอย่างผู้มีชัย

----------

แล้วอย่าคิดว่าแผนป่วนสามีจะจบลงแค่นั้น มิลินทร์แค่กลับมาเป็นภรรยาที่แสนดีได้แค่สองสามวันพอให้เขาตายใจ จากนั้นเธอก็เริ่มต้นปั่นหัวสามีอีกครั้ง

ในเช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากที่ตื่นนอนศตวรรษก็เดินเข้าห้องน้ำเหมือนทุกครั้ง ถึงมิลินทร์จะไม่ได้นอนห้องเดียวกับเขาแล้ว แต่หน้าที่ดูแลเครื่องใช้ในห้องน้ำเธอก็ยังคงทำเหมือนเดิม ผิดแต่ว่าวันนี้เขากลับเห็นยาสีฟันมีรอยบีบจากตรงกลางหลอด จนบี้แบนผิดรูป ฝาไม่ได้ปิด และคราบยาสีฟันแห้งกรังอยู่ที่ปลายหลอด เขาขมวดคิ้วมอง แน่ใจว่าไม่ใช่ฝีมือตัวเองแน่ ถึงอย่างนั้นก็ได้แค่ถอนหายใจ ก่อนจะหยิบหลอดยาสีฟันขึ้นมาบีบไล่อากาศ จัดรูปทรงหลอดให้เรียบร้อย และปิดฝาอย่างบรรจง

หากนี่จะยังไม่ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดมากพอ เธอก็ยังส่งท้ายจัดชุดใหญ่ไฟกะพริบ เมื่อศตวรรษเปิดอีเมลดูสเตตเมนต์ที่ส่งตรงจากธนาคาร เห็นยอดการใช้จ่ายบัตรเครดิตที่ให้มิลินทร์นั้นพุ่งกระฉูดราวกับจรวดทะยานฟ้า ตั้งแต่กระเป๋าแบรนด์เนมรุ่นใหม่ล่าสุด รองเท้าคอลเล็กชันลิมิเต็ด เสื้อผ้าที่ไม่จำเป็นต้องมีอีกมากมาย และบิลค่าสปาแพงหูฉี่

ที่สุดแล้วศตวรรษก็ไม่อาจนิ่งเฉยได้อีกต่อไป เขาเดินเข้าไปหาภรรยาที่กำลังนั่งนับยอดไลก์รูปกระเป๋าใบใหม่ในมือถือ

“ที่รัก...เกิดอะไรขึ้นครับ ทำไมค่าใช้จ่ายบัตรเครดิตเดือนนี้...”

 

 

** หมายเหตุ: นิยายที่ลงในเว็บยังไม่ใช่ฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **

 

 

กลับหน้าหลัก        

Powered by MakeWebEasy.com