
เวลาเลยเจ็ดโมงเล็กน้อย รถของอินถวาก็เข้าจอดที่ลานจอดรถหน้าสำนักงานของหล่อนที่เดิม รุกข์ลงจากรถแล้วแต่ยังไม่ได้เดินกลับไปสำนักงานของตน
“เสบียงเยอะจริงนะคุณ คงไม่ได้จะกินคนเดียวหรอกนะ”
“มีฝากพี่ๆ บ้างค่ะ” หล่อนคว้าตะกร้ามาถือ อีกมือหอบแฟ้มเอกสารที่เอาไปทำต่อที่บ้าน
“มาผมช่วยถือ ถือว่าตอบแทนที่ให้อาศัยนั่งรถหรูมาทำงานด้วย”
“ไม่หนักค่ะ ขอบคุณค่ะหัวหน้า” หล่อนปฏิเสธ รุกข์เลิกคิ้วเข้มมองคนดื้อ
“จะให้ผมแย่งของในตะกร้ามาถือเอง หรือจะให้ผมช่วยถือไปดีๆ ครับ” ประโยคนั้นของเขาทำให้หล่อนถอนหายใจเล็กๆ ก่อนจะยื่นตะกร้าให้ แล้วออกเดินนำไปก่อน
นี่เจ้าหน้าที่คนอื่นก็เริ่มมาทำงานแล้ว คนที่พักอยู่บ้านพักก็จิบกาแฟนั่งกันอยู่ตรงโน้นตรงนี้มองมาทางหล่อนกับเขากันใหญ่ วันนี้คงได้สนุกปากกันล่ะ
“หัวหน้า ไปไงมาไงนี่” คมคายถลาลงเนินมาหา สีหน้าสงสัยคลางแคลง
“ต้องรายงานด้วยเหรอ”
“อ้าว”
“ก็หารถมาทำงานไม่ได้ เดินเตร่อยู่ข้างทาง ดีที่อินถวาเขาขับรถขึ้นมาพอดี”
คมคายทำหน้างง คนอะไรบ้านพักก็มี บ้านตัวก็หลายหลัง ทำไมไปเดินอยู่ข้างทาง
“ซักเอาๆ อย่างกับเป็นเมียกูเลยนะมึง ไปชงกาแฟมาถ้วย เอาแบบกระเดือกได้นะ ง่วงจะตายแล้ว”
“ครับผม” คมคายแล่นจี๋ไปที่สำนักงานของเขา รุกข์สบตาคนที่มองมาทางเขา ตาใสๆ ราวรู้ทัน เขาไม่โต้ตอบอะไร รำคาญความขวยโง่ๆ ที่ทำให้มือไม้เก้งก้างนี่เต็มทน เขาเดินไปวางตะกร้าที่โต๊ะหล่อน แล้วก็ล้วงเข้าไปหยิบแซนด์วิชในห่อพลาสติกใสที่หมายตาไว้มาหนึ่งชิ้น
“ขอบคุณมากที่กรุณา คุณอินถวา” พูดจบเขาก็หมุนตัวเดินออกจากห้องหล่อนแล้วลงบันไดไป อินถวาได้แต่ยืนมึนกับความไวของหัวหน้า กว่าจะรวบรวมความฉุนได้มากพอจะต่อว่า เขาก็เดินผ่านลานหน้าสำนักงานเล็กๆ ของหล่อน ลัดไปทางตึกใหญ่ที่ทำงานของเขาไปเสียแล้ว
วันนี้มันวันอะไรกันนะ ถึงได้มีแต่เรื่องประหลาดๆ แถมยังต้องเจอคนประหลาดๆ แต่เช้าเลย
“น้องอิน มาถึงแล้วเหรอ วันนี้สวยจัง” เสียงสดใสพร้อมรอยยิ้มกว้างของพี่น้อยดังมาจากห้องน้ำ หล่อนคงเพิ่งทำความสะอาดเรียบร้อย เหงื่อจึงซึมหน้าไปหมด
“ขอบคุณค่ะ พี่น้อยสดใสจังเลยวันนี้”
“แน่สิจ๊ะ วันนี้พี่ยิ้มรับทรัพย์จ้ะ”
“หืม”
“แหม...คนสวยไม่รู้อะไร วันนี้วันหวยออกจ้ะ พี่ทุ่มหมดตัวเลยนะ ได้สามตัวมาเน้นๆ”
“ถึงกับหมดตัวเลยเหรอจ๊ะ”
“ก็แน่สิน้องอิน รอบที่แล้วพี่ไม่ได้ซื้อเยอะ ลังเลไง ได้นิดหน่อย รอบนี้ขอปลดหนี้เถอะ สาธุ” น้อยประนมมือท่วมหัว อินถวาแอบหวั่นใจแทน
“มั่นใจมากเลยเหรอคะ”
“ใช่จ้ะ หลวงพ่อวัดถ้ำข้าวทิพย์ท่านแม่นมากๆ นะน้อง ถ้าถูกนะ พี่จะไปถวายเงินทำบุญเยอะๆ เลย”
“ใช่วัดที่อายอดไปสำรวจเมื่อวานไหมคะ”
“ใช่จ้ะ พี่ก็เข้าใจนะว่าหัวหน้ากลัวบุกรุกป่าเสียหาย แต่อย่างว่าท่านให้หวยแม่นไง คนก็ยกโขยงไปกราบไหว้ เรื่องศรัทธา ศาสนามันห้ามกันยาก อยู่นะพี่ว่า” น้อยเข้าข้างผู้ให้โชคลาภอย่างชัดเจน คนเข้าวัดแต่อ้อนแต่ออกอย่างอินถวาย่อมรู้ดีว่าศรัทธากับงมงายมันไม่ใช่สิ่งเดียวกันเลยสักนิด แต่เมื่อเป็นความสุข ความหวังของอีกฝ่ายหล่อนก็ทำได้เพียงอวยพรให้สมหวัง และหากน้อยต้องผิดหวังก็ได้แต่ภาวนาว่าน้อยจะได้เรียนรู้จากมัน
“ไปเข้าแถวกันเถอะพี่น้อย”
“ไปสิ ดีนะวันนี้ไม่ร้อนมาก หัวหน้าอุทยานฯ ไม่อยู่ด้วย หัวหน้ารุกข์แกไม่ชอบเทศนา แป๊บเดียวก็ได้แยกย้ายแล้ว”
“ค่ะ”
เสียงเพลงเคารพธงชาติดังกึกก้องขุนเขาที่บริเวณจุดรวมพลหน้าที่ทำการอุทยานผาพยับเมฆในวันที่ท้องฟ้าระบายด้วยเมฆบางๆ อากาศเย็นสบาย มองจากแท่นหน้าเสาธงที่รุกข์ยืนอยู่ผ่านทิวแถวของเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าร่วมสองร้อยชีวิต เขาเห็นลานหินกว้างมีตัวอักษรเอชในวงกลมรางเลือน จากลานจอดเฮลิคอปเตอร์ลาดลงไปคือหุบเขา ลำห้วยและท้องไร่ท้องนานอกเขตอุทยานฯ ที่กว้างไกลสุดสายตา จากจุดที่เขายืนอยู่ที่เห็นไกลลิบคือตัวอำเภอดงขมิ้นนั่นเอง
“หัวหน้า เชิญครับ” คมคายขยับมาบอกให้เขาเดินไปขึ้นบนแท่นทำจากไม้เก่าแก่ มีไมโครโฟนตั้งอยู่ตรงนั้น รุกข์ปิดแล้วปัดมันออก เขากล่าวทักทายทุกคนด้วยน้ำเสียงกังวานก้อง แจ่มชัดด้วยข้อความง่ายๆ เน้นถึงหน้าที่พิทักษ์ป่า การเข้าลาดตระเวนในพื้นที่ป่าลึก โครงการต่างๆ ที่จะต้องดำเนินการ รวมถึงความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวที่เข้ามาในพื้นที่อุทยานฯ ผาพยับเมฆ
“ผมขอเตือนเรื่องสำคัญอีกเรื่องคือเรื่องยาเสพติด หากตรวจพบผมจะดำเนินการอย่างเด็ดขาดโดยทันที สุดท้ายนี้ขอต้อนรับน้องของเราสองคนที่เพิ่งกลับมาจากการเข้าร่วมการฝึกอบรมพิทักษ์ป่าที่จังหวัดเลย สุพรรษกับจีราพร”
เจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าหญิงงั้นหรือ ไม่ใช่ลูกจ้างชั่วคราว แต่เป็นเจ้าหน้าที่หญิงจริงๆ
อินถวาชะเง้อคอเล็กน้อย มองพิทักษ์ป่าหญิงทั้งสองที่กำลังเดินขึ้นไปยืนบนแท่นข้างๆ หัวหน้า หนึ่งในนั้นรูปร่างกำยำล่ำสัน ตัดผมสั้น มองกลายๆ ระบุไม่ได้แน่ว่าเป็นหญิง ส่วนอีกคนมองลงมาจากเฮลิคอปเตอร์ก็ยังบอกได้ว่าเป็นหญิงสาวเพราะรูปร่างอรชร เอวเว้าคอด ทรวดทรงสง่างาม ผมยาวรวบเป็นหางม้าเก็บเรียบ เผยใบหน้าสวยเด่น ดวงตาคมแวววาว นับเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มากคนหนึ่ง
“อะ..อุ๊ย”
“ระวังหน่อยสิจี แท่นมันสูง”
“ขอบคุณค่ะ” บทสนทนานั่นแผ่วพอได้ยินกันสองคน แต่บริบทมันชวนให้ผู้ชมร้อยกว่าเห็นแบบนั้น เสียงฮือฮาแซวดังส่งกันมาเป็นระยะ จนเมื่อรุกข์ตวัดตามองจึงได้เงียบไปอีกครั้ง เขาให้เจ้าหน้าที่ทั้งสองกล่าวรายงานการเข้าร่วมการอบรมโดยสรุปให้ทุกคนฟังแล้วก็สั่งแยกย้ายกันไปปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ
ก๊อกๆๆ
เวลาราวๆ เก้าโมงเช้าเห็นจะได้ ประตูห้องทำงานที่แง้มเปิดไว้ของอินถวาก็ถูกเคาะเบาๆ ตามด้วยใบหน้ากลมกับรอยยิ้มจนตาหยีของพิทักษ์ป่าหญิงที่ชื่อสุพรรษ ตามมาด้วยคมคาย
“น้องอินครับ พี่พาผู้ช่วยงานเอกสารมาให้แล้ว น้องอินรอดจากการถูกงานทับจนตัวแบนแล้วงานนี้”
“สวัสดีค่ะ”
“สวัสดีฮะ เรียกพี่นุ้ยได้นะน้องคนสวย” คำหยอกเย้านั้นฟังแปลกหูแต่ไม่ทำให้หล่อนอึดอัด
“ค่ะพี่นุ้ย”
“พี่นั่งตรงนั้นนะ หัวหน้าให้มาช่วยงานน้องอิน เห็นว่าหนักตั้งแต่แรกเข้าเลย”
“ก็พอไหวค่ะ” อินถวายิ้มแห้ง คมคายรีบดันให้นุ้ยไปที่โต๊ะทำงานรกๆ นั่น
“มาช่วยก็รีบไปทำงานสิครับ เดี๋ยวโดนรายงานเลย ไปเที่ยวเสียตั้งนาน ทิ้งงานไว้อื้อ”
“โอย เที่ยวอะไรกันพี่คม เหนื่อยจะตายชัก เข้าป่าทุกวัน แน่ใจนะว่าอบรมพิทักษ์ป่าหญิง อึดๆ อย่างนี้ยังแย่ แต่ยายจีนั่นอึดกว่าว่ะ ได้รับคำชมมาฝากหัวหน้าเพียบ ผู้หญิงอะไร ทนทายาด”
“ขวัญใจพิทักษ์ป่าเนาะ ใครจะไปโค่นเขาได้ ไม่อึดจริงไม่เรียนวนศาสตร์จนได้ตามหัวหน้ามาบรรจุที่นี่หรอก”
“เออจริงว่ะ ไหนน้องอินมีอะไรให้พี่นุ้ยช่วยบ้าง ว่ามาเลย”
“ก็มีพวกเอกสารจัดซื้อจัดจ้างต่างๆ ค่ะ มีร้านค้าวัสดุก่อสร้างที่อินไม่ค่อยรู้จักที่เราต้องไปติดต่อ”
“ไปกับพี่”
“เดี๋ยวพี่พาไปเอง”
คนสถาปนาตัวเองเป็น ‘พี่เลี้ยง’ สองคนเสนอตัวขึ้นพร้อมกัน แล้วก็ได้แต่เมินหน้าไปซ่อนยิ้มกันคนละทางสองทางด้วยความอาย อินถวายิ้มบางเอ่ยขอบคุณทั้งสอง ก่อนจะลงมือทำงานอีกครั้ง คราวนี้คมคายถูกความเงียบผลักให้ออกไปจากห้องโดยปริยาย
จวบจนใกล้เวลาเลิกงานน้อยก็วิ่งตึงๆ ขึ้นบันไดมาที่ห้องทำงานของหล่อน พลางร้องเรียกหาสุพรรษ
“พี่นุ้ย พี่นุ้ย รวยหรือเปล่า หืมได้ซื้อไหม โอยหัวใจจะวาย”
“อะไรน้อย ใจเย็นๆ”
“หวยออกแล้วพี่ โอยๆ จะเป็นลม”
อาการของน้อยทำให้อินถวาเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ สุพรรษผุดลุกพรวด “หวยออกอะไร”
“เก้าหกแปดสิพี่ แม่นมากหลวงพ่อถ้ำข้าวทิพย์”
“จริงเหรอ สามตัวตรงๆ อีกแล้วเหรอ พี่เพิ่งมา ไม่รู้อะไรกับเขาเลย”
“ตรงสิพี่ หลวงพ่อให้สองหกแปด โอย ฉันเสียดาย โง่จริงๆ ซื้อหวยไม่เป็น”
“เออ สองหกแปดก็ต้องตีเป็นหกหกแปด หกเก้าแปด หรือไม่ก็เก้าเก้าแปดด้วยสิเพราะหกกับเก้ามันตัวเดียวกันนะ เออท่านแม่นจริง”
“ใช่พี่ หนูนี่ละที่โง่เอง โมโหตัวเองนัก นี่ดีที่ได้สองตัวหกแปดมาบ้าง เสียดายอะพี่นุ้ย โอย ป่านนี้เขารวยกันทั้งดงขมิ้นแล้ว”
อินถวาฟังบทสนทนานั้นจนจบจึงได้เข้าใจว่าความแม่นของหลวงพ่อต้องมากับความปราดเปรื่องของนักพนันหวยด้วย สามสิบนาทีก่อนเลิกงานหล่อนได้ฟังเรื่องความแม่นของนักใบ้หวยจากสำนักต่างๆ อีกไม่น้อย
** หมายเหตุ: นิยายที่ลงในเว็บยังไม่ใช่ฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **