
ภาพคนเดินกันเนืองแน่นเบียดเสียดท่ามกลางแดดจ้าทำให้บรรยากาศของงานเกษตรแฟร์คึกคัก เสียงพ่อค้าแม่ขายตะโกนชักชวนลูกค้าดังสลับกันไปตามแต่ละร้าน โซนที่อุทยานนิลปัทม์มาออกบูทอยู่ลึกเข้ามาด้านในเพราะขนาดบูทกว้าง วางทั้งกระถางทั้งอ่างบัวไล่ขนาดตั้งแต่เล็กไปจนใหญ่ บัวก็คัดสีคัดพันธุ์มาอย่างสวยงามละลานตา คนรักบัวเข้ามาชมบูทกันไม่ขาดสายจนหน้าร้านแน่นขนัดตลอดเวลา
ต้องตะวัน ลุงทอง นายคิวมาจัดที่ทางกันตั้งแต่เช้ามืดของวัน ปภาณก็มาไล่เลี่ยกัน เขาต้องคุมทุกอย่างของบูทจัดแสดง เพราะงานนี้แสนพลให้อำนาจเต็มกับปภาณในฐานะหัวหน้าใหญ่ของอีเวนต์นี้ ปภาณจึงดูยุ่งที่สุดหันซ้ายหันขวาคอยแก้ปัญหาต่างๆ อยู่ตลอดเวลา
“ลุงทวน นายคิวไปอยู่ไหนล่ะคะ ลูกค้าแน่นร้านอย่างนี้ไม่มาช่วยกันขาย” เธอหงุดหงิดที่มองหาไม่เจอแม้เงา ก็ตอนเช้ามืดยังขนของเข้าบูทขยันขันแข็งอยู่เลย
“น่าจะอยู่หลังบูทน่ะคุณต้อง รายนั้นเขาไม่ชอบเจอคนเยอะ ปกติก็ไม่เคยมา ปีนี้อาสามาเองนี่ทุกคนยังไม่อยากเชื่อเลย”
“เขาเก็บตัวมากเลยเหรอจ๊ะปกติแล้ว” เธอถาม
“ยิ่งกว่าเก็บตัว อยู่ในถ้ำหรือซอกหลืบเลยด้วยซ้ำไม่มีใครได้เห็นหน้าง่ายๆ ก็ดูอย่างวันนี้สิคุณ โพกผ้าปิดหน้าเห็นแต่ตา” แล้วลุงทวนก็กระซิบ “ตั้งแต่คุณต้องมานี่ละ นายคิวแทบจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือเลย”
“อย่างนั้นเหรอ” เธอฟังแล้วยังกังขากับตัวตนของนายคนนี้จริงๆ คนมาถามราคาบัวหน้าร้านมากมาย ลุงทวนตอบไม่ทันต้องตะวันจึงช่วยขายไปด้วย
“ดินเหนียวเหมาะกับการปลูกบัวค่ะ ถ้าต้องการธาตุอาหารสูงก็ผสมกับมูลวัว มูลเป็ดหรือไก่แห้ง กับปุ๋ยร็อกฟอสเฟต ดีกว่าดินสีดาหรือดินขุยไผ่นะคะ”
“อ้าว เข้าใจผิดว่าดินสีดาไม่ก็ขุยไผ่ปลูกบัวดีนะเนี่ย” ลูกค้าเอ่ย
“ดินสีดามีไนโตรเจนมากเกินไปค่ะ ทำให้รากของบัวเน่าได้ ส่วนที่ผสมขุยไผ่จะมีอินทรียวัตถุที่ยังไม่สลายตัว ทำให้เน่าได้เหมือนกันถ้าแช่ในน้ำนาน แถมทำให้น้ำในอ่างบัวเสียด้วยค่ะ”
ต้องตะวันยิ้มหวานเมื่อลูกค้าพอใจคำอธิบาย แล้วเลือกซื้อกล้าบัวไปหลายกระถาง พันธุ์หนึ่งที่ได้รับความนิยมมากคือกล้าบัวซันไชน์ออฟเลิฟที่คิวกับเธอร่วมกันปลูกนั่นเอง คงเพราะสีน้ำเงินอมม่วงแปลกตา สวยเด่นกว่าพันธุ์อื่นๆ
หญิงสาวเห็นวัยรุ่นชายหญิง น่าจะมัธยมปลายกำลังจดๆ จ้องๆ บัวพระเอกของบูทจึงเข้าไปทัก
“สีสวย ชื่อเพราะค่ะ” ลูกค้าสาวชม ขณะที่วัยรุ่นชายที่สิวเต็มหน้าด้วยฮอร์โมนตามวัยหันมาพูดกับเธอ
“ชื่อคูลมากเลยพี่ ผมอยากซื้อให้แฟนเลย”
“คนเพาะเขาตั้งจ้ะ” เธออมยิ้ม นึกถึงใครบางคน
“ทำไมปุ๋ยบัวต้องเป็นเม็ดกลมๆ ด้วยล่ะคะพี่” วัยรุ่นสาวถามพลางกดมือเล่นถุงปุ๋ยไปด้วยเบาๆ
“บัวอยู่ในน้ำค่ะ ถ้าใส่ปุ๋ยแบบปกติในอ่างบัวตรงๆ ก็จะละลายอยู่ในน้ำอย่างนั้น ไม่ไปถึงราก เราเลยต้องใส่ปุ๋ยเม็ดๆ แบบนี้ เรียกปุ๋ยลูกกลอน ใส่ห่างกอบัวสักสามสี่นิ้ว ให้มันค่อยๆ ละลายไปหาราก” เธออธิบายอย่างเต็มใจ
สุดท้ายวัยรุ่นคู่นั้นก็ได้เจ้าซันไชน์ออฟเลิฟติดมือไปถึงสองกระถาง
ต้องตะวันกำลังจะเดินกลับเข้าไปนั่งพักในเต็นท์เมื่อคนเริ่มซา ชายร่างท้วมที่เธอคุ้นๆ หน้าก็เดินเข้ามา สำเนียงเสียงพูดกร่างมากกว่าจะเลือกซื้อสินค้า
“ขายดีจังนะ บัวพันธุ์ใหม่นี่ผสมมานานหรือยัง ฉันเพิ่งเคยเห็น”
ท่าวางอำนาจทำให้ต้องตะวันไม่ชอบแต่แรก เธอตอบเสียงแข็ง “ค่ะ” ในใจพยายามนึกว่าเคยเจอที่ไหน
“อุทยานนิลปัทม์นี่จะเอาทุกทางเลยเหรอ ค่าตั๋วไม่พอหรือไงต้องมาเพาะบัวขายแข่งกับคนอื่น แย่งลูกค้าเขาไปหมดอย่างนี้”
คำพูดชายร่างท้วมมีอายุตรงหน้าทำให้ต้องตะวันอารมณ์เสีย
“พูดดีๆ นะคะ ใครๆ ก็ปลูกบัวเพาะบัวกันทั้งนั้น ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร คุณจะซื้อจะดูหรืออะไรก็เชิญ แต่ถ้ามาหาเรื่องกรุณาออกไปเถอะค่ะ”
“อ้าว ฉันดูดีๆ มาไล่ฉันซะแล้วสาวสวย จำฉันไม่ได้เหรอ เสี่ยชัยที่เคยเจอกันที่ร้านของฉันไง เผชิญชัยการสวน”
ต้องตะวันนึกออกทันที อาเสี่ยกรุ้มกริ่มคนนั้นนั่นเอง เผชิญชัยเดินมีพุงพลุ้ยนำหน้า มองอ่างบัวด้วยสายตาประเมิน หญิงสาวนึกรังเกียจท่าทางดูถูกแบบนี้จริงๆ แล้วเขาก็วกกลับมาเพ่งพิศมองเจ้าบัวซันไชน์ออฟเลิฟ
“ผสมพันธุ์อะไรกับอะไรได้สีน้ำเงินแบบนี้” น้ำเสียงถามห้วนไม่น่าฟัง ดวงตาที่มีถุงใต้ตาโปนๆ ไม่น่ามองสักนิด
เธอเลือกที่จะไม่ตอบ
“อ้าว ถามแล้วเงียบนี่ยังไงจ๊ะสาวน้อย ถ้าไม่สวยเฮียมีเคืองนะเนี่ย”
เผชิญชัยก้าวมายืนใกล้ๆ กลิ่นเหงื่อโชยจนเธออยากเบือนหน้า “ไม่รู้เหมือนกันค่ะ คนงานที่อุทยานเป็นคนจัดการ”
เขาหัวเราะน่าเกลียด “สงสัยคนงานที่นิลปัทม์จะจบการเกษตรนะ ถ้าไม่มีความรู้พื้นฐานไม่มีฝีมือไม่มีทางผสมได้ดีอย่างนี้ เฮียว่าน้องนั่นล่ะใช่ไหมที่ช่วยดู นี่...”
หน้าอ้วนๆ ยื่นมาใกล้จนต้องตะวันก้าวถอยหลังแต่ติดอ่างบัวที่เรียงเป็นขอบ ไปไหนไม่ได้เหมือนติดกับ
“เฮียมีข้อเสนอ ไปทำงานร้านเฮียดีกว่า ไม่ต้องเหนื่อยดูแลแปลงใหญ่ๆ อย่างที่อุทยาน ดูแค่บัวในร้านเฮียพอ แต่ช่วยคัดพันธุ์กับเลือกพันธุ์มาผสมหน่อย เฮียรู้น้องจบเกษตรมาโดยตรง”
ต้องตะวันตกใจทั้งท่าทีคุกคาม ร่างหนาๆ ที่อยู่ใกล้ และข้อมูลที่เขารู้จักตัวเธอ
“ขอโทษนะคะ ดิฉันไม่สนงานใหม่ค่ะ ดิฉันมีความสุขดีอยู่ที่อุทยานนิลปัทม์ ขอทางด้วยค่ะ”
“ไม่ลองก็ไม่รู้นะจ๊ะ สวยๆ อย่างนี้ทำผิดเฮียก็ไม่ว่า” แล้วเผชิญชัยก็เอานิ้วกลมๆ แตะคางของเธอ
“ออกไปนะ!” เธอร้องพร้อมกับปัดมือของเขาตามสัญชาตญาณ
พลั่ก!
“เฮ้ย!”
ร่างอ้วนของเผชิญชัยเซไป มุมปากมีเลือดซิบ นายคิวกระโดดมาจากไหนไม่รู้ชนอ่างบัวแตกไปหนึ่งขณะพุ่งไปชกอาเสี่ยชีกอ
เวลานี้ร่างสูงของเขายืนจังก้าอยู่หน้าเธอ มองเสี่ยอ้วนอย่างหัวเสีย
“กูจะเอาเรื่องมึง ไอ้...” เผชิญชัยชี้หน้า
“อยากโดนอีกหมัดไหม รีบไปก่อนเลย ก่อนบูทเผชิญชัยจะถูกปิดถ้าทางเราเอาเรื่อง” คิวขู่เสียงดัง เธอเห็นเขากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดข้อแขนนูน
มุมอ่างบัวด้านนี้หลบมาสุดถนนทางเดินของซอย คนจึงไม่มาก แต่เสียงทุ่มเถียงดังคนก็เริ่มเมียงมอง ลูกน้องเสี่ยเผชิญชัยวิ่งมาสองคน แต่เป็นแค่เด็กร้านไม่ใช่บอดี้การ์ด
“ฝากไว้ก่อนมึง” เผชิญชัยพูดอย่างไม่เกรง
ต้องตะวันใจหายวาบเมื่อเสี่ยชัยมองมาด้วยนัยน์ตาหมายมั่น บ่งบอกว่าจะกลับมาเอาสิ่งที่ต้องการให้ได้
“มันทำอะไรคุณบ้าง” คิวหันมาจ้องเธอเมื่อร่างอ้วนลับตาไป
เธอส่ายหน้า “มะ...ไม่ได้ทำอะไร”
หัวคิ้วของเขาย่นเข้าหากัน ก้มใบหน้าคมคายมาตรงหน้า “ผมเห็นเขาจับแก้มคุณ”
มือสากของคิวยกขึ้นแตะแก้มข้างเดียวกับที่เผชิญชัยจับไปเมื่อครู่ คิวเปิดผ้าที่พันใบหน้าจนเหลือแต่ดวงตาออก ใบหน้าเปี่ยมเสน่ห์ปรากฏ หนวดและเคราของเขายาวกว่าวันอื่นๆ คงมัวแต่ขนของจัดของสำหรับงานนี้จนลืมโกนเมื่อเช้า กระนั้นกลิ่นโคโลญประจำตัวก็กรุ่นกำจาย เขาเชยคางเธอขึ้น
...ก้มลงจุมพิตแก้มข้างนั้น อย่างที่เธอไม่ทันตั้งตัว...
“คิว!” เธออุทาน
“ขอโทษ แต่ผมหวงคุณเกินกว่าอะไรทั้งสิ้น”
เขากระซิบก่อนผละออกจากเธออย่างกะทันหัน เดินเลี่ยงไปเก็บกวาดอ่างบัวที่แตกกระจายบนพื้นจนน้ำและดินเลอะเปรอะเปื้อน ต้องตะวันใจหายวาบเมื่อเห็นเหตุผลที่เขาผละไปอย่างนั้นเพราะ...
ใครบางคนเดินเข้ามาจากด้านหลัง
“พี่ดีน!”