
คืนนั้นร่างสมส่วนยืนมองตัวเองอยู่หน้ากระจกห้องน้ำ เงาในนั้นสะท้อนหญิงสาวผู้มีทรวดทรงองค์เอวสมบูรณ์แบบ หุ่นทรงนาฬิกาทรายที่เธอบรรจงปั้นมาอย่างดี แลกกับการคุมอาหารอย่างเอาเป็นเอาตาย ที่สุดแล้ววันนี้เธอก็ได้ใช้ร่างนี้สวมชุดนอนกระโปรงลูกไม้สายเดี่ยว กับความยาวเพียงแค่ปิดส่วนสงวน สินค้าคอลเล็กชันชุดนอนไม่ได้นอนรุ่นใหม่ที่จะออกวางขายในอีกไม่นานนี้
“โอเค แบบนี้แหละ ไม่หวั่นไหวบ้างให้มันรู้ไป”
มิลินทร์หมุนตัวสำรวจชุดนอนลูกไม้สุดเร่าร้อนของตัวเองอย่างภูมิใจ เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เรียกความมั่น แล้วเดินออกจากห้องน้ำด้วยท่วงท่าสง่างาม ปล่อยเส้นผมพลิ้วไหวระต้นคอ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยเสน่ห์ชวนดึงดูดอย่างที่สุด
ขณะนั้นเองพอประตูห้องน้ำเปิดออกมา เธอก็เห็นศตวรรษกำลังเอนกายพิงหัวเตียงอ่านหนังสือด้วยสีหน้าสงบนิ่ง
“เต้คะ”
“ครับที่...”
มันได้ผลเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมามองร่างเธอนิ่งเหมือนกำลังตกตะลึง
“นี่มันอะไรเหรอที่รัก”
“ชุดนอนใหม่ที่กำลังจะวางขายของมี่เอง สวยไหมคะ” เธอจัดท่าทางสุดเซ็กซี่ เอนตัวพิงกรอบประตู ก่อนจะมองสามีด้วยสายตาเย้ายวน
ทว่าเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้นที่เขาสนใจภรรยาตัวเอง ก่อนสายตาคมจะกลับไปสนใจหนังสืออีกครั้ง แล้วค่อยวิจารณ์ชุดของเธอด้วยประโยคที่สั้นที่สุด
“ก็สวยดี”
แค่นี้เองที่ศตวรรษบอก ไม่อยากเชื่อเลยว่ารูปร่างสมบูรณ์แบบในชุดวาบหวิวขนาดนี้จะเรียกความสนใจจากผู้ชายไม่ได้ แต่นั่นแหละ...นี่ยังไม่ใช่เวลายอมแพ้
“เต้ว่า...มี่ควรเพิ่มอะไรที่หน้าอกหน่อยไหมคะ” มิลินทร์งัดไม้เด็ดด้วยการเดินเข้าไปแล้วแอ่นทรวงอกอิ่มให้เขาเห็น ให้มันรู้ไปว่าเขายังจะนิ่งเฉยได้อีก
แน่นอนว่าเธอเห็นเขาทำท่าหายใจแรงเหมือนกำลังอึดอัด
“ผม...ผมไม่มีความรู้เรื่องนี้หรอกที่รัก”
“งั้น...ถ้ามี่ผูกโบตรงนี้ เต้อยากลองดึงไหม” นิ้วเรียวชี้ไปที่กลางหน้าอกอย่างจงใจ ชุดนี้เธอออกแบบเป็นพิเศษให้มีลูกเล่นตรงนั้น ดังนั้นก็ต้องใช้มันให้คุ้มหน่อย เธอทำท่าเดินเข้ามาอย่างเชื่องช้า ก่อนจะลงนั่งที่ตักของเขา แล้วใช้มือคล้องคอสามีอย่างนุ่มนวล พร้อมสายตาเชิญชวนอย่างเต็มที่
“เต้ช่วยดูหน่อยสิคะ มี่อยากลองขายชุดนอนแบบเซ็กซี่บ้าง” เธอแกล้งใช้มารยาเพิ่มอีกหน่อย ไหนๆ เขาก็เป็นอาจารย์ภาควิชาบริหารธุรกิจ จะเกี่ยวหรือไม่ก็เอามาใช้ก่อนแล้วกัน
เวลานี้ศตวรรษรู้สึกได้ถึงลมหายใจติดขัดของตัวเอง ต้องบอกเลยว่าชุดนอนของเธอมีพลังดึงดูดอย่างมหาศาล แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงรักษาท่าทีเอาไว้
“ทำไมตัวมี่...เย็นจัง” เขาพยายามเปลี่ยนเรื่อง ด้วยเห็นว่าเนื้อตัวหอมหวนนั้นเริ่มเย็นจากเครื่องปรับอากาศ
แต่มีหรือที่มิลินทร์จะยอมแพ้ ในเมื่อเขายังดื้อก็ต้องเจอไม้เด็ด
“ก็ห้องนี้มันเย็นนี่คะ เต้ช่วยทำให้มี่อุ่นหน่อยสิ”
“อะแฮ่ม” คนถูกยั่วกระแอม พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะไม่มองไปตรงจุดรวมสายตาที่หน้าอก ซึ่งมันช่างท้าทายชวนมองเสียเหลือเกิน แต่คนบนตักก็ยังไม่เลิกเชิญชวน
“นะคะเต้ ช่วยทดลองชุดนี้ให้มี่หน่อย”
“อืม ได้สิ”
ที่สุดแล้วศตวรรษก็ตัดสินใจอย่างเด็ดขาด เขาขยับตัวให้เธอลุกขึ้นยืนก่อน ส่วนเขาก็ลุกขึ้นตาม พลางมองชุดนอนที่ปลุกความเป็นชายให้แตกตื่นอย่างสงบสติอารมณ์
“โอเค...” ชายหนุ่มถอนหายใจแล้วเริ่มสำรวจชุดนอนเจ้าปัญหาอย่างจริงจัง “เนื้อผ้าก็ดูสบายดีนะ แต่ผมว่าตรงลูกไม้ถ้าคุณภาพไม่ดีน่าจะคันได้ ความยาวก็...ผมว่าสั้นไป”
“คะ?” มิลินทร์ได้แต่มองตาปริบๆ นอกจากเขาจะไม่ทำอะไรแล้ว ยังทำหน้าที่วิจารณ์ชุดของเธออย่างจริงจังอีกด้วย
“ก็อยากให้ผมช่วยดูให้ไม่ใช่เหรอ”
“คือมี่หมายถึง...อยากให้เต้ลองคิดถึงการใช้งานน่ะค่ะ” เสียงหวานซึ่งพยายามหวานที่สุดเท่าที่จะทำได้บอกด้วยความใจเย็น แต่อย่างที่เห็นว่าเขานั้นไม่ได้สนใจเรื่องการใช้งานเลยสักนิด แถมยังกอดอกทำท่าครุ่นคิดอีกต่างหาก
“ผมว่ายาก ชุดแบบนี้น่าจะนอนไม่สบายเท่าไร”
“ไม่ค่ะเต้ ไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น คือมี่หมายถึงชุดนี้ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อนอนน่ะค่ะ” ริมฝีปากอิ่มฉีกยิ้มให้เห็นว่าเธอทั้งแต่งหน้า ทั้งฉีดน้ำหอมมาอย่างดี ทั้งหมดนี้เพื่อสิ่งเดียวเท่านั้น...
“แล้วจะเป็นชุดนอนทำไม”
สิ้นหวัง...นี่มันสิ้นหวังสุดๆ นอกจากจะไม่แตะต้องแล้ว เขายังย้อนถามกลับมาอย่างใสซื่ออีก
“เต้...นี่ไม่รู้จริงๆ เหรอคะ”
ศตวรรษไม่ตอบภรรยาตัวเองในทีแรก เขาก้มมองเธออีกครั้งและเห็นว่าตามรูขุมขนนั้นขึ้นเป็นตุ่ม บ่งบอกว่าความเย็นในห้องกำลังทำให้เธอหนาวสะท้าน
“มี่ หนาวจนขนลุกไปทั้งตัวแล้วใช่ไหม” เขาถามพลางเดินไปหยิบเสื้อคลุมที่แขวนอยู่หน้าห้องน้ำ แล้วเดินมาคลุมไหล่ให้เธอ จากนั้นก็หมุนร่างสมส่วนให้หันหลัง พร้อมกับออกแรงดันไปทางห้องน้ำ “ไปเปลี่ยนชุดเถอะ ผมว่าชุดนี้ไม่ผ่าน”
“เต้...คือไม่ลองทำอะไรสักหน่อยเหรอคะ” มิลินทร์พยายามเป็นครั้งสุดท้ายแต่กลับไม่ได้ผล เมื่อสามียังคงดึงดันที่จะผลักเธอไป
“ดึกแล้ว ไปนอนเถอะ”
น้ำเสียงนุ่มนวลบอกกับภรรยา ก่อนจะดันเธอเข้าไปในห้องน้ำจนสำเร็จ จากนั้นเขาก็ปิดประตูให้อย่างเรียบร้อย ก่อนที่ศตวรรษจะกลับมาถอนหายใจยาวๆ เกือบเสียท่าให้กับความวาบหวิวเสียแล้ว ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าเขาจะรู้สึกดีกับตัวเอง เพียงแต่...มันมีเรื่องบางเรื่องที่เขายังไม่สามารถก้าวผ่านมันได้
----------
ในวันถัดมา คนที่พยายามอ่อยสามีแต่ล้มเหลวก็ได้แต่มานั่งฟูมฟายอยู่ที่คาเฟ่เจ้าประจำ กับกลุ่มเพื่อนสาวที่แทบจะหมดลุ้นกับชีวิตคู่ของมิลินทร์ไปแล้ว ถึงกระนั้นก็ยังต้องปลอบใจเพื่อนรักที่อยู่ในอาการสูญเสียความมั่นใจอย่างแรง
“ฮืออออ...แก ฉันอ่อยขนาดนี้ ทำไมมันไม่ได้ผลเลยวะ” มิลินทร์ปาดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด ตลอดชีวิตเธอไม่เคยถูกใครปฏิเสธแบบนี้มาก่อน การปฏิเสธของสามีจึงทำให้เธอไม่เหลือความมั่นใจใดๆ จนต้องมาระบายเรื่องทั้งหมดให้เพื่อนได้ฟัง
ส่วนคนฟังแม้จะได้ยินเรื่องของเพื่อนจนชาหู แต่ในฐานะเพื่อนสนิท ไม่ว่าจะเบื่อแค่ไหนก็ต้องฟังจนจบอยู่ดี
“แกแน่ใจนะมี่ ว่ากำลังอ่อยผัว ไม่ใช่พระ” แพรวาเอ่ยถามหลังจากเป็นที่รับเรื่องร้องทุกข์มากกว่าครึ่งชั่วโมง
“ก็ผัวสิยะ!”
มิลินทร์แว้ดเสียงสูง จนคนในร้านต่างหันมามอง แพรวาต้องรีบเอามือปิดปากเพื่อน พร้อมกับผงกศีรษะขอโทษคนในร้านไปด้วย
“เกิดไรขึ้นกับจารย์เต้วะ ปกติผู้ชายเห็นเมียใส่ชุดนอนยั่วขนาดนั้น ไม่น่าข่มตาหลับได้นะ”
“เชื่อเถอะ ฉันว่าเขาเบื่อแกแล้วว่ะมี่”
อสมาที่นั่งฟังอยู่ออกความคิดเห็น แต่ดูเหมือนว่ามิลินทร์จะไม่คิดเช่นนั้น
“ม่ายยย นี่ฉันพยายามดูแลตัวเองดีมากเลยนะ มั่นใจเลยว่าไม่มีอะไรหย่อนยาน เขาจะเบื่อฉันแล้วจริงๆ เหรอ”
ว่าแล้วคนถูกสามีเมินก็ทำท่าเหมือนจะร้องไห้อีก จนเพื่อนทั้งสองต้องรีบห้ามกันยกใหญ่
“เอาน่าๆ เลิกฟูมฟายก่อน”
“แกรู้ไหม เมื่อคืนฉันทำทุกวิถีทาง จนเหลือแต่ขึ้นคร่อมเขาเองแล้ว” เธอระบายความคับข้องใจออกมาอย่างเหลืออด
“แล้วทำไมไม่ทำไปเลย” เป็นอีกครั้งที่อสมาแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา แล้วมันก็ทำให้มิลินทร์ถึงกับถลึงตาใส่เพื่อน
“ให้ข่มขืนผัวตัวเองเนี่ยนะ ตลกไปหรือเปล่าวะไอ้เหมี่ยว”
“จารย์เต้แม่ง...ใจแข็งว่ะ” แพรวาบอกอย่างเหนื่อยใจ เพราะตัวเองก็ไม่รู้จะหาทางไหนแล้วเหมือนกัน อย่างที่เห็นว่าในแก๊งสามสาวมีแต่มิลินทร์ที่มีครอบครัว ส่วนเธอกับอสมาก็ยังคงเป็นสาวโสดแถมมีแววจะขึ้นคาน เพราะยังไม่มีใครคิดสอยลงมา
สำหรับคนที่เสียความมั่นใจไปแล้ว ก็ได้แต่นั่งตัวตรงแล้วหันมาถามเพื่อนอย่างจริงจัง
“ไอ้เหมี่ยว ไอ้แพร...ฉันถามจริงนะ อย่างฉันเนี่ยไม่สวยตรงไหนเหรอ คลินิกฉันก็เข้า ฟิตเนสก็เข้า มีตรงไหนที่ฉันดูแย่เหรอถามจริง” มิลินทร์พยายามอวดหุ่นตัวเองให้เพื่อนดูอย่างเต็มที่ ถ้าไม่ติดว่าอยู่ในคาเฟ่เธอก็จะถอดให้เห็นทุกสัดส่วนไปแล้ว
ทางด้านเพื่อนทั้งสองก็พยายามวิเคราะห์ แล้วต่างก็เห็นว่าเธอเอาใจใส่และมีวินัยกับร่างกายตัวเองมากแค่ไหน ตั้งแต่หุ่นทรงนาฬิกาทรายสมบูรณ์แบบ ใบหน้าที่แต่งแต้มเพียงบางๆ เผยผิวสวยใสไร้ไฝฝ้า ริมฝีปากอวบอิ่มด้วยฟิลเลอร์ที่ฉีดอย่างพอเหมาะ ผมยาวประบ่าสีน้ำตาลธรรมชาติเป็นประกายเงาวับ แทบไม่มีอะไรให้ติได้เลย
“ฉันว่าหุ่นแกยังดูเซียะกว่าพวกฉันสองคนอีก จริงไหมวะเหมี่ยว”
“นั่นสิ ผู้ชายแบบไหนวะที่เห็นเมียแต่งตัวเซ็กซี่แล้วเอาผ้ามาคลุมให้” อสมาเริ่มสงสัย เพราะต่อให้จะมองมุมไหน มิลินทร์ก็ยังสวยโดดเด่นกว่าใคร ไม่น่ามีอะไรที่จะปฏิเสธได้เลย
“ก็ผู้ชายอย่างผัวฉันไง” มิลินทร์เริ่มสะอึกสะอื้นขึ้นมาอีกครั้ง แล้วส่งสายตาเว้าวอนไปหาเพื่อน “ทำไงดีวะ”
ทั้งสองต่างเห็นตรงกันว่าสายตาแบบนี้ใครจะปฏิเสธได้ หากศตวรรษไม่เบื่อเมียไปเสียก่อน แต่เท่าที่เห็นเขาก็ยังคงดีกับมิลินทร์อย่างเสมอต้นเสมอปลายไม่ใช่หรือ
“อย่าเพิ่งยอมแพ้นะมี่ แกต้องอดทน ฉันไม่เชื่อว่าคนอย่างจารย์เต้จะเบื่อแกได้ง่ายๆ หรอก ไหนบอกว่าเขารักแกมากไง” แพรวาจับมือเพื่อนรักเอาไว้แน่น หวังให้กำลังใจในยามที่อีกฝ่ายกำลังท้อถอย
“อือ...” มิลินทร์รับความเป็นห่วงจากเพื่อนอย่างซาบซึ้ง และเธอคงร้องไห้ไปแล้ว หากไม่มีคำพูดของอสมาช็อตฟีลขึ้นมาเสียก่อน
“หรือไม่ก็หย่าไปซะ”
“แกเงียบไปเลยไอ้เหมี่ยว คนไม่เคยมีแฟนอย่างแกจะไปรู้อะไรวะ” แพรวารีบยั้งปากที่แสนจะตรงจนน่ากลัวของเพื่อน
“แค่เห็นความรักของแกกับไอ้มี่ ฉันก็เข็ดแล้ว” อสมาบอกตามตรง ถึงเธอจะไม่เคยมีคนรัก แต่แค่เห็นชีวิตคู่ของมิลินทร์ก็เริ่มรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าแทนแล้ว
แน่ล่ะว่าสาวโสดอีกคนอย่างแพรวา กลับเห็นต่างอย่างชัดเจน เพราะเธอเองก็เคยมีความรัก และรู้ว่ามันสวยงามมีค่าพอที่จะแสวงหา ไม่คิดปิดใจอย่างอสมา
“ย่ะ แทนที่จะคิดแบบนี้ ฉันว่าแกไปหาวิธีเสียพรหมจรรย์ดีกว่านะ อีกสองปีก็สามสิบกันแล้ว มีแกเนี่ยแหละที่ยังทำตัวเป็นเด็กวัยใสผมเปียอยู่”
“แรงไปไหมเนี่ย” คนที่ถูกจี้จุดบ่นอุบอิบ ถึงจะไม่ได้โกรธอะไร แต่ก็จุกจนไม่อยากจะพูดต่อ
คนที่ร้องไห้ฟูมฟายอยู่เมื่อครู่ พอเห็นเพื่อนเริ่มเถียงกัน เธอก็สงบลงไปบ้าง
“พวกแกไม่ต้องทะเลาะกันหรอก ขอบใจมากเลยนะที่คอยปลอบใจฉันน่ะ” มิลินทร์ว่าพลางครุ่นคิด แล้วก็เกิดไอเดียขึ้นมา “หรือว่าฉันควรพูดกับเต้เรื่องมีลูกให้แล้วใจกันไปเลยดีไหม”
“ไหงไปเรื่องลูกได้วะ”
“ก็...บางทีเต้อาจไม่อยากมีอะไรกับฉันเพราะเรื่องนั้นก็ได้” คนที่โดนสามีปฏิเสธเรื่องบนเตียงตั้งข้อสังเกต ถ้าจะมีอะไรที่ทำให้เขาเมินภรรยาที่สุดแสนเพอร์เฟ็กต์อย่างเธอได้ ก็มีแค่ข้อนี้ข้อเดียวนี่แหละที่เธอคิดออก
“พร้อมแล้วเหรอมี่” อสมาถามอย่างเป็นห่วง อย่างที่รู้ว่ามิลินทร์แท้งลูกไปถึงสองครั้ง เป็นใครก็คงเข็ดขยาดกันบ้าง
“อือ มันก็ผ่านมานานแล้วนะ”
มิลินทร์ถอนหายใจ เธอรู้ว่าการเสียลูกไปถึงสองครั้งนั้น มันแสดงให้เห็นถึงความน่าเป็นห่วงของสุขภาพเธอ แต่ว่าเดี๋ยวนี้เธอก็ดูแลตัวเองเป็นอย่างดีมาตลอด เที่ยวก็เลิกแล้ว เหล้าก็ไม่แตะ อีกอย่าง...ขืนรอให้แก่ไปมากกว่านี้คงแทบไม่มีหวัง
ส่วนแพรวาเองก็ยังคงเป็นห่วงเรื่องนี้เช่นกัน
“เอาเถอะ ถ้าแกคิดจะมีลูกจริงๆ แกน่าจะไปคุยกับผัวให้รู้เรื่องก่อน คุยแบบใจเย็นๆ”
คำพูดที่มาจากความเป็นห่วงของเพื่อน ทำเอามิลินทร์รู้สึกอิ่มใจที่อย่างน้อยเธอก็ยังมีคนที่พร้อมจะรับฟังปัญหา หญิงสาวพยักหน้ารับด้วยความมั่นใจ แม้ในใจจะยังกลัวต่อท่าทีของศตวรรษอยู่บ้าง แต่หากไม่ทำอะไรเลย ชีวิตคู่ก็คงย่ำอยู่กับความจืดชืดไม่ไปไหนสักที
** หมายเหตุ: นิยายที่ลงในเว็บยังไม่ใช่ฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **