
เสียงปากขวดกระทบแก้วเนื้อดีทรงบอลลูนที่กระเปาะกว้างกลม เพิ่มพื้นที่ให้ความหอมละเอียดอ่อนของไวน์ระเหยขึ้นมา และอบอวลอยู่ในถ้วย น้ำสีองุ่นรินเป็นสายสู่ก้นแก้วให้เสียงรื่นรมย์ กลิ่นแอลกอฮอล์ผสานความรู้สึกเฝื่อนขมสัมผัสได้ก่อนจะลิ้มรสจริง
“ขอบคุณ” คนรับจิบเพียงนิดแล้ววางแก้วลงบนโต๊ะ นั่งเหยียดขายาวๆ ไปบนพรมสีน้ำตาล
“วันนี้เปิดของดีเลยนะ” แสนพลแซวแล้วอ่านฉลากหน้าขวดอย่างตั้งใจ “Bouchard Père and Fils La Vignee Pinot Noir AOC ๒๐๑๔ โอ๊ย ชื่อยาวจริงๆ มันคืออะไรนะเอาสั้นๆ ซิ” เขานั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกัน หันไปมองอย่างรอคำตอบ
“ไวน์แดงกลุ่มปิโนต์ นัวร์ (Pinot noir) น่ะ สีจะแดงสว่างหน่อย สัมผัสเบาบาง รสนุ่มนวลกลมกล่อม”
คนตอบจิบอีกนิด แต่แสนพลดื่มอึกใหญ่ให้ได้รสชาติกันชัดๆ แล้วระบายอารมณ์ไปกับลมหายใจออก
“ได้พักสักที ขอบคุณวันศุกร์”
เขาพาดแขนไปบนพนัก พิงหลังสบายใจ กวาดตามองแสงไฟส้มนวลๆ ไปทั่วบ้านไม้หลังย่อม พุ่มดอกไม้มีของประดับรูประฆังและบ้านหิมะแขวนอยู่กลางฝาผนัง
“โพรโมชันเข้าสองฟรีหนึ่งเป็นยังไงบ้าง” ร่างสูงที่นั่งอยู่ก่อนถาม ขณะที่ดึงแขนเสื้อยืดคอกลมที่ยาวคลุมศอกขึ้น
“ดี ดีเลย กระตุ้นยอดคนเข้าชมสามสี่เท่าเทียบกับต้นปี” แสนพลยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอีกครั้ง หมุนก้านเล่นตามองตามคนตัวสูงที่ลุกเดินไปในครัว เขาจิบไวน์อีกอึก วางแก้วแล้วเดินไปสมทบ
เสียงหั่นผักที่มีน้ำฉ่ำบนเขียงทำให้รู้สึกสดชื่น เขาก้มลงหาชามแก้วใสใบโตในตู้เก็บด้านล่าง ได้แล้ววางไว้ข้างตัวพ่อครัวหัวป่า หันไปหยิบพริกหยวกสีเขียวสีส้มมาจัดการหั่นขวางได้เป็นวงสวย
“หั่นหัวหอมไปเลย เดี๋ยวฉันทำน้ำสลัด” พ่อครัวสั่งการ
เขาพยักหน้ารับ แล้วเดินไปเปิดตู้เย็นมองหาสิ่งที่ต้องการ หากเสียงลอยมา
“นั่น แช่น้ำใส่น้ำแข็งอยู่ในอ่างมาสิบนาทีแล้ว เอาไปหั่นได้เลยรับรองไม่แสบตา”
แสนพลหัวเราะ หยิบหัวหอมเย็นจัดขึ้นมาวางบนเขียง “เทคนิคแพรวพราวจริงๆ ท่านเชฟ” เขาแซวแล้วจัดการกับหอมหัวใหญ่ ไม่แสบตา ไม่มีน้ำตาจริงๆ
สลัดผักสดกับน้ำสลัดที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ อร่อยล้ำ มันบดผสมเนยหอมกรุ่น ทำให้แสนพลตักเพิ่มไปสองชาม
“นายลดความอ้วนเหรอ กินแค่นั้น” เขาแซวคนทำที่กินน้อยกว่า
ร่างสูงกระเถิบตัวนั่งชิดพนักโซฟาแล้วเหยียดขายาวๆ อย่างที่ชอบทำ เคาะบุหรี่จากซองจุดยกขึ้นสูบ “ไม่ค่อยหิว”
“หรืออยากไปกินข้าวโรงครัวของป้าทรง” เขาแซว
คนข้างๆ เลิกคิ้ว พ่นควันสีขาวใส่หน้า แสนพลยกมือปัดยิ้มนิดๆ รู้ตัวว่าโดนแกล้ง คราวนี้คนสูบเบือนหน้ามองผ่านกระจกหน้าต่างบานใหญ่ ทิวทัศน์ภายนอกคือสีดำทะมึนเห็นเพียงใบไม้จากกิ่งที่โน้มลงมาไหวตามระลอกลม
“ผู้จัดการใหม่เป็นยังไง” แสนพลถาม
ดวงตาที่มีแววกร้าวนิดๆ ตวัดมองมา “ขยันดี แต่อ่อนประสบการณ์”
“อ้าว ก็เพิ่งจบ มีอะไรก็สอนไป หรือจะให้ฉันเทรน”
อีกฝ่ายกระแอม บุหรี่หมดไปครึ่งตัวอย่างรวดเร็ว มือเปลี่ยนจากคีบเป็นจับด้วยนิ้วโป้งกับนิ้วชี้แทนเพราะตัวมวนสั้นลงมาก
“นายยุ่งเรื่องบริหารไปนั่นละดีแล้ว”
ไม่นานบุหรี่ก็หมดมวนและถูกบี้ลงไปในจานเขี่ย ไวน์แก้วเดิมถูกยก ขึ้นดื่มจนหมด ร่างสูงลุกเดินไปเก็บแก้วในครัว แสนพลมองตามแผ่นหลังกว้าง แม้อีกฝ่ายสวมเสื้อยืดแขนสามส่วนแต่แนบตัวเห็นกล้ามหลังเป็นลอนสวย กล้ามแขนกำลังพอดี เอวสอบลงรับกับขายาวใต้ยีนน้ำเงิน ส่งความเป็นบุรุษเพศให้เด่นชัด คงเพราะเจ้าตัวชอบออกกำลังกาย และภายในบ้านหลังนี้ก็มีโฮมยิมครบเซ็ต และลู่วิ่งไฟฟ้าสามร้อยหกสิบองศา
ชายหนุ่มเดินกลับมานั่งลงบนโซฟาข้างๆ กันอีกครั้งพร้อมเปิดเบียร์กระป๋องเย็นเฉียบเห็นได้จากฝ้ารอบกระป๋องและควันขาวน้อยๆ
“เอาไหม ถ้าเอาก็ไปหยิบในถังแช่เอง”
แสนพลหัวเราะ “แหม่ หยิบมาฝากสักกระป๋องก็ไม่ได้” เขาว่าแล้วลุกไปหยิบเอง เอาแก้วไวน์ไปล้างด้วยเลยทีเดียว จากนั้นมานั่งจิบเบียร์ข้างๆ กันเหมือนเดิม
“ทำไมไม่จ้างทนาย สู้คดีให้มันจบๆ จะอยู่อย่างนี้ไปเรื่อยๆ เหรอ ท...”
มือแข็งแรงเอื้อมมาบีบไหล่เขาจนเจ็บ ดวงตาคมดุจับจ้องพร้อมเสียงกร้าว “เคยบอกแล้วไงว่าจะไม่พูดเรื่องนี้กันอีก!”
เขาถอนใจ เสียงแข็งกลับ “แล้วนายแน่ใจเหรอ ว่าที่เป็นอยู่นี่มันดี”
“มันก็ดีที่สุดแล้ว!”
“ไม่จริง!” เขาสวน
กระป๋องเบียร์ถูกวางกระแทกกับโต๊ะกระจกตรงหน้าจนน้ำสีอำพันกระฉอกออกมาเลอะเป็นหย่อมอย่างพร้อมมีเรื่อง “นายจะเอายังไง”
แสนพลส่ายหน้า “ไม่เอายังไง ฉันไม่อยากเห็นนายจมอยู่แบบนี้ นายควรจะมีชีวิตที่ดีกว่านี้นะ”
“ดียังไง ออกไปให้ถูกจับ หรือหนีไปอยู่เมืองนอกเหรอ” ร่างสูงลุกขึ้นยืน มือทั้งสองกำแน่น แสนพลลุกตาม เอื้อมมือไปแตะไหล่คนตรงหน้า
“ไปไหมล่ะ อย่างน้อยก็อิสระกว่านี้”
มือเขาถูกปัดออกอย่างไม่ไยดี เสียงตอบสั่น “มันไม่อิสระจริงหรอก อยู่ที่นี่ก็หนี ที่โน่นก็หนี หนีแบบเดียวดายไร้ญาติขาดมิตร มันแย่ยิ่งกว่า” ดวงตาคมมีแววระริก วับวาวด้วยน้ำใสๆ ฉาบ
“ตรงนี้ฉันยังมีนาย”
แสนพลถอนหายใจ หลุบตาลง “สักวัน เราจะต้องพิสูจน์เรื่องนี้ให้ได้”
คนตัวสูงตรงหน้าเหมือนหินผา ยืนนิ่งงันไร้คำพูด มีเพียงอกหนาหนั่นกระเพื่อมแรงตามการหายใจและอารมณ์ เขาก้าวออกมาแล้วถาม
“เสาร์อาทิตย์นี้จะเข้ากรุงเทพฯ อยากได้อะไรไหม”
หินผายังคงไร้ชีวิต
เขาได้แต่ส่ายหน้าน้อยๆ “ดึกมากแล้ว ฉันกลับนะ นายจะได้พัก นึกอะไรได้โทร.มาบอกแล้วกัน”
แสนพลมองใบหน้าที่เรียกได้ว่ามีเสน่ห์ทีเดียวอีกครั้ง แววหมอง โดดเดี่ยวฉายชัด เขาห่วง รัก และ...อยากให้คนคนนี้ได้ในสิ่งที่ดีกว่าปัจจุบัน คงต้องเพิ่มความพยายามมากขึ้นอีก และเวลา...น่าจะช่วยเยียวยาทุกสิ่ง เขาคร้านจะพูดอะไรอีก หันหลังแล้วเดินออกมา สัมผัสความเงียบวังเวง คนตรงนี้คงคุ้นชินแล้วจริงๆ เพราะถึงไม่ ก็ต้องอดทนอยู่กับมันให้ได้อยู่ดี
** หมายเหตุ: นิยายที่ลงในเว็บยังไม่ใช่ฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **