
รุ่งอรุณเดียวกันหากต่ำลงมาบนพื้นราบ ชาวดงขมิ้นเพิ่งตื่นจากค่ำคืนยาวนาน หลังๆ มานี้วงสนทนาของชาวดงขมิ้นคึกคักนักเพราะมีเรื่องให้พุดคุยกันเรื่องแล้วเรื่องเล่าไม่ขาดสาย โดยเฉพาะเรื่องล่าสุด พระลูกวัดใจโลภแทงหลวงพ่อแม่นหวยปางตายเพื่อหวังฮุบปัจจัย
ยิ่งข่าวว่าเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่าของอุทยานแห่งชาติผาพยับเมฆขึ้นไปร่วมล่าตัวคนร้ายที่หลบหนีขึ้นเขาไป ยิ่งทำให้ชาวบ้านไม่หลับไม่นอน จับกลุ่มคุยกันหัวบ้านท้ายบ้านจนดึกดื่น
แต่กระนั้นในยามเช้าวันเสาร์อันปลอดโปร่ง ชาวบ้านยังมีแรงลุกมาหุงหาอาหารสุกใหม่ ใส่ตะกร้าไปวัดดงขมิ้นด้วยศรัทธาแรงกล้าในศาสนาและความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะรู้เรื่องราวการไล่ล่าอันน่าตื่นเต้น
“ลูกชายข้านะไม่กล้าขึ้นเขาเลยเมื่อคืน ข่าวว่าพระเก่งมีปืน เดี๋ยวโดนลูกหลงตายชัก”
“ถึงกับมีปืนเลยเรอะ แต่พวกที่ไปล่าก็มีฝีมือไม่เบานา หัวหน้าพิทักษ์ป่าไปเอง”
“คนที่เขาเรียกหัวหน้ารุกข์ลูกชายพรานเสนีที่หายเข้าป่าไปน่ะรึ”
“ใช่ๆ คนนั้นล่ะ หัวหน้าอีกคนจะเกษียณแล้ว แกคงไม่บุกตะลุยอย่างคนหนุ่มๆ หรอก จริงไหมวะน้อย เอ็งทำงานอุทยานฯ น่าจะรู้ดี” หญิงวัยไล่เลี่ยกับแม่บ้านน้อยวกเข้ามาถามคนที่กลั้นใจฟังอยู่ตั้งนาน น้อยพยักหน้า
“ก็แน่ล่ะสิ หัวหน้ารุกข์ของพวกเราเก่งจะตายไป จริงไหมน้องอิน”
อินถวาพยักหน้าเล็กน้อย ผู้คนเริ่มมองมาทางหล่อนมากขึ้นจนน่าอึดอัด อินถวาก้มกราบพระ
“หนูอินเตรียมตัวไปใส่บาตรพระเถอะ โน่นแน่ะ คลานเข่าเข้าไปต่อปลายแถวกัน แล้วก็ทำตามผู้เฒ่าผู้แก่ไป เรียบร้อยเราก็กลับมานั่งที่เดิม”
“ค่ะพี่น้อย” อินถวารับคำเสียงเบา ใบหน้าผุดผ่องโดดเด่นด้วยเรือนผมยาวสลวยเกล้าไว้เรียบร้อย หล่อนก้มหน้าน้อยๆ ยามขยับคลานเข่าตามชาวดงขมิ้นที่ส่วนใหญ่อยู่ในวัยชราเข้าไปใส่บาตร พระสงฆ์สำรวมสี่รูปยังพร่ำบทสวดไม่ขาดสาย แต่เสียงกระซิบยังเล็ดลอดมาให้ระคายหู
“ใคร”
“ลูกนายช่างเปรม”
“นี่น่ะหรือลูกของเมียอีกคนของนายช่าง สวยไม่เบา จำหน้าแม่ไม่ได้แล้ว เห็นว่ามาตามผัวไม่เท่าไรก็หนีกลับไปกรุงเทพฯ”
“ฉันจำได้ หน้าตาแบบนี้ลืมไม่ลง สวยเหมือนแม่”
“ท่าจะจริง ยายอังพี่สาวเทียบไม่ติดฝุ่นเลย แล้วนี่เขามาดงขมิ้นทำไมเรอะ คงไม่ได้มาขอสมบัติพ่อหรอกนะ”
“ไม่หรอก คงมาดูใจพ่อ ตาเปรมแกเป็นมะเร็ง”
“หา! จริงเหรอ”
“จริงสิ”
“เบาๆ หลวงตามองแล้ว เขาว่าเมียคนนี้รวย เป็นผู้ดีมีเงิน คงไม่ให้ลูกสาวมาขอสมบัติพ่อถึงบ้านนอกนี่หรอก”
เสียงทั้งหลายที่ลอยมากระทบใจที่ฝืนให้นิ่งสงบ กลับทำให้ร้อนรนจนนั่งประนมมือไม่ไหว ยิ่งห้ามประสาทยิ่งรับและรู้สึกไปด้วย อินถวาคร้านจะฝืน สู้ปล่อยให้ฟังเสียให้เต็มที่ พอได้ฟังแล้วก็เกิดเวทนาและปล่อยวางลงได้ง่ายดาย
“รับศีลแล้วก็รักษาศีลกันเสียบ้างนะโยม” เสียงแหบเย็นของหลวงตาแผ่มาจนทั่วศาลา อินถวาประนมมือน้อมศีรษะลงกราบ เมื่อถึงคราวกรวดน้ำให้เจ้ากรรมนายเวร ใบหน้าคมคร้ามแดดที่เข้มดุอยู่เป็นนิจก็ผุดพรายขึ้นมาในความคิด มือที่จับกรวยกรวดน้ำสั่นเบาๆ
สงสัยอยากได้ส่วนบุญกับเขาด้วย หล่อนนึกขัน แวบหนึ่งก็เรียกสติกลับมาจดจ่อกับการกรวดน้ำแผ่ส่วนบุญส่วนกุศลด้วยจิตตั้งมั่น
เผื่อแผ่ให้สักหน่อยก็ได้ ไหนๆ ก็โผล่มาในห้วงความคิดแล้ว
----------
เหนือขึ้นไปที่ปลายไม้ชุ่มสายหมอก หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งความปีติระคนขื่นขมใจ ร่างสูงกำยำขะมุกขะมอมด้วยเศษดินทรายก็หยัดกายลุกขึ้นยืนเปล่งเสียงสั่ง
“ไป!” มือที่พันผ้าไว้ลวกๆ กำแน่น อิสระและคมคายตื่นจากอาการตกตะลึงรีบคว้าสัมภาระรุดตามหัวหน้า มุ่งไปที่หุบเขาลดหลั่นลงไปหลายกิโลเมตร ถ้ำพระอันเป็นที่พำนักของพระสงฆ์หนุ่มสหายของเหล่าพิทักษ์ป่า
หลังจากทะยานจากหุบเขาสู่ผาสูงและลิ่วลงหลุบลึกอยู่เช่นนั้นราวสามรอบทั้งสามก็มาถึงเนินกว้างที่มองไปเห็นหลังคาหินของถ้ำพระ รุกข์ยกมือเป็นสัญญาณให้หยุด เขายัดนิ้วเข้าปาก ห่อลิ้นเป่าเสียงหวีดแหลมออกไปเป็นจังหวะ เสียงสัญญาณสะท้อนหินผาไปแล้วแล่นกลับมาในจังหวะเดียวกันอยู่สองรอบ รุกข์ถอนใจยาวอย่างโล่งอก
“หลวงพี่ไม่เป็นไร เราลงไปกันได้แล้ว”
งี้ดๆๆ แฮ่กๆๆ
“เจ้าเตี้ย มาไวตามเคยนะเอ็ง ทำไมไม่บอกกันบ้างวะ ปล่อยให้พวกข้า งมหาตั้งนาน” คมคายบ่นพลางลูบหัวมัน ไอ้เตี้ยกระดิกหางดิกๆ ทักทายทุกคนราวกับว่ามันรออยู่แล้ว
“หลวงพี่” รุกข์เรียกร่างที่โผล่ออกมาจากปากถ้ำ สีหน้าเป็นกังวล
“โยมรุกข์ ในที่สุดก็มาจนได้นะ”
“เฮ้ย ใคร อย่า อย่าเข้ามานะ อย่าทำอะไรอาตมาเลย อาตมาไม่ได้ทำจริงๆ”
“พระเก่งไม่ต้องกลัวนะ โยมรุกข์เป็นหัวหน้าพิทักษ์ป่า เขากับพวกมาช่วยท่านแล้ว” รุกข์พิงปืนยาวไว้ที่ปากถ้ำเมื่อเห็นว่าพระเก่งได้รับบาดเจ็บทั่วร่างและนอนซมเหงื่อท่วมเพราะพิษแผลอยู่ด้านใน
“พระเก่ง”
“อาตมาไม่ได้ทำนะโยม อาตมาไม่ใช่คนแทงหลวงพ่อ”
“ครับ ผมเชื่อท่าน”
รุกข์คุกเข่าลงกับพื้น ประนมมือไหว้และตอบเสียงเรียบ พระเก่งเบิกตากว้างแล้วผ่อนลมหายใจอย่างโล่งอก
“จริงหรือโยม ดีแท้ อาตมานึกว่าจะตายไปทั้งๆ ที่มีมลทินเสียอีก” ร่างผอมเกร็งของพระสั่นสะท้าน ท่านเหลือบตามองเพดานถ้ำ ความอ่อนแอถาโถมอย่างหนัก
“หลวงพ่อท่านรอดไหมโยม พวกมันลงมือกันอำมหิตเหลือเกิน”
“ตอนผมไปท่านอยู่ในมือหมอแล้วครับ ใครเป็นคนลงมือกับหลวงพ่อครับท่าน”
“ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ มัคนายกหน่องกับพระเชษฐ์สองคนที่หลวงพ่อไว้เนื้อเชื่อใจมากที่สุด เพราะเงินตัวเดียว เงินที่ญาติโยมที่ถูกหวยบริจาคมา สองคนนั้นอยากได้ทั้งหมด หลวงพ่อท่านก็ไม่ว่า แต่บอกว่าท่านจะไม่ใบ้หวย ไม่หลอกลวงให้ชาวบ้านงมงายอีกแล้ว ท่านชราภาพแล้ว ไม่อยากทำบาปอีก ทั้งสองโกรธมากจึงได้ลงมือกับท่าน แล้วคิดจะปิดปากอาตมา”
เรื่องราวทั้งหมดถูกถ่ายทอดออกมาอย่างละเอียด รุกข์จำมัคนายกหน่องได้ตั้งแต่คืนที่ไปดูชาวบ้านขอหวย ความโลภฉายทั่วใบหน้าเขาไปหมด แต่ไม่นึกเลยว่าจะคิดชั่วถึงกับยืมมือเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ากำจัดพระเก่งผู้เป็นแพะรับบาปเสีย รุกข์เรียกให้อิสระเข้าไปพยาบาลพระหนุ่มให้พอมีกำลังลงเขาเพื่อชำระล้างมลทินให้กับตนเอง และกระชากหน้ากากคนลวงโลกทั้งสองคนออกเสีย