ทดลองอ่าน สักวาราตรีนี้...มีแต่เธอ : บทนำ

 

 

บทนำ

 

 

สัตว์เลื้อยคลานตัวดำมะเมื่อม มีเกล็ดแวววาวตลอดความยาวกว่าเมตร ลำตัวใหญ่เท่าแขนชายคนหนึ่งได้ ที่สำคัญส่วนหัวและคอของมันกำลังตั้งตรง ดวงตาสีดำเล็กๆ สองข้างมองมาที่เธอ แม่เบี้ยแผ่เต็มที่

ต้องตะวันอยากกรีดร้องสุดเสียงแต่ร้องไม่ออก ความกลัวแล่นจับใจ น้ำตาเอ่อขึ้นเองมือไม้เย็นเฉียบ ขาแข็งมิอาจขยับหรือแม้แต่จะก้าว เสียงขู่ ‘ฟ่อ’ ยิ่งทำให้ขนลุกชัน ใจสั่นตัวสั่น หญิงสาวพยายามตั้งสติค่อยๆ ก้าวถอยหลัง แต่เพียงแค่ลากขา ในเสี้ยววินาทีอสรพิษก็พุ่งฉกเข้าที่น่องเธออย่างจัง กระโปรงนักศึกษาที่สั้นแค่เข่า เปิดให้งูฝังคมเขี้ยวจมลงบนเนื้อที่เปลือยเปล่า

“กรี๊ด!” เธอร้อง แต่เสียงไม่ดังอย่างใจคิด ความกลัวทำให้เสียงแหบพร่าเลือน เพื่อนและอาจารย์อยู่ไกลเกินไป ไม่มีใครรู้ว่าเธอกำลังเผชิญกับอะไร ต้องตะวันรู้สึกขาทั้งขาชาจนหนัก ความวิงเวียนจู่โจมเข้ามาอย่างรวดเร็วจนยืนไม่อยู่ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นหญ้า เสียงงูเลื้อยฟึ่บฟั่บยังได้ยินอยู่ใกล้ๆ เธอเอามือจับขาข้างที่โดนกัดเห็นรูสองรูมีเลือดไหลซึม ภาพขาตนเองเริ่มพร่าพราง ศีรษะหนัก ปากคอหนาลิ้นชาจนเหมือนจะแข็งมิอาจขยับเขยื้อน

“ช่วย...ด้วย...”

เธอรวบรวมกำลังเท่าที่พอมีเหลืออยู่เปล่งเสียงออกมา แต่รู้ว่ามันแผ่วเบาเหลือเกิน ต้องตะวันทิ้งตัวลงกับพื้นหญ้านั้นมองภาพตรงหน้าไม่ค่อยชัดเหมือนหลอดไฟติดๆ ดับๆ

เสียงฝีเท้าใครสักคนวิ่งเข้ามาเร็วๆ ประคองศีรษะเธอขึ้น

“คุณถูกมันกัดเหรอ!”

เสียงผู้ชาย แต่หน้าตาเป็นยังไงก็สุดรู้ ทุกอย่างมัวหมองดังหมอกลงจัด หญิงสาวไร้เรี่ยวแรง ไร้ความรู้สึก ยินเสียงเขาฉีกผ้า คงเป็นชายเสื้อตัวเอง สัมผัสบางสิ่งบางอย่างรอบขาของเธอ แล้วดึงมัดอย่างแรง

“โอ๊ย!”

“อยู่นิ่งๆ” เขาสั่งห้วนแล้วน่าจะคุยกับใครสักคนผ่านโทรศัพท์ เสียงเขาสั่น

“ฉันเอง ฟังนะ มีนักศึกษาถูกงูเห่ากัดตรงท้ายสระวิกตอเรีย เรียกรถพยาบาลด่วน ด่วนเลยนะ!”

เขาย้ำแล้วตบแก้มเธอด้วยมือกร้าน ปลุกให้ต้องตะวันที่ครึ่งหลับครึ่งตื่นพยายามปรือตาขึ้น

“มองผม! หายใจลึกๆ พยายามหายใจไว้”

เปลือกตาของเธอหนักจนลืมแทบไม่ขึ้นแล้ว หน้าอกเหมือนอะไรกดทับ อึดอัดจนต้องคราง ความรู้สึกเหมือนปลาที่ขาดน้ำ

“หายใจ...ไม่ออก”

ต้องตะวันดิ้นพล่าน เมื่ออยากจะหายใจแต่ขยับตัวไม่ได้ ขยับหน้าอกไม่ได้!!

แล้วคนตรงหน้าก็ก้มลงมา สัมผัสริมฝีปากมีหนวดประกบกับริมฝีปากของเธอ พ่นลมหายใจอุ่นๆ เข้าคอ หญิงสาวไม่มีสติให้คิดอะไรมากนัก รู้แต่ว่ามันช่วยให้หายทุรนทุรายลงได้บ้าง แต่...ไม่พอ! เธอพยายามหายใจเฮือกมือปัดป่ายอย่างไร้การควบคุม จนมือแข็งแรงของเขาต้องรวบกดไว้ เขาช่วยหายใจให้เธอถี่ขึ้นเรื่อยๆ จนเธอพอจะหยุดดิ้นลงได้ แต่แล้วสติก็เริ่มจะเลือนราง 

ต้องตะวันน้ำตาไหล รู้ในนาทีนั้นแล้วว่าแม้คนคนนี้จะกำลังช่วย แต่เธอคงใกล้ตาย เพราะไม่รับรู้ส่วนใดของร่างกายเลย คล้ายตัวจะปลิดปลิวเคว้งคว้างไปในอากาศ นึกถึงหน้าพ่อกับแม่ อัญมณีเพื่อนสนิท อาจารย์....

“คุณๆ” ชายตรงหน้าเรียก มือเขย่าตัวเธอสลับกับตบแก้มเบาๆ

“ได้ยินผมไหม ลืมตาก่อน”

“บ้าเอ๊ย!”

ต้องตะวันได้แต่ฟังเสียงเบาๆ ไกลๆ เหล่านั้น เขาประกบปากเธอช่วยหายใจอีกหลายครั้ง หญิงสาวเห็นแต่ภาพปุยเมฆขาว ไม่เจ็บปวด ไม่ทุรนทุรายอีกต่อไปแล้ว ทั้งภาพ เสียง ความรู้สึก ทุกสิ่งทุกอย่างค่อยๆ จางลงและเลือนจากไป ไม่เหลืออะไรนอกจาก

...ความว่างเปล่า

 

 

** หมายเหตุ: นิยายที่ลงในเว็บยังไม่ใช่ฉบับที่เสร็จสมบูรณ์ **

 

 

กลับหน้าหลัก        

Powered by MakeWebEasy.com